ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “สิงคโปร์” หันมาใช้เชื้อเพลิงรัสเซีย ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
    .
    | สู่อาเซียน | ASEAN Roundup - สิงคโปร์ หนึ่งในประเทศที่รวยที่สุดในโลก และเป็นท่าเรือเติมน้ำมันเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียมาทดแทนสินค้าที่ขาดหายไปจากตะวันออกกลาง ในขณะที่สงครามอิหร่านยังคงสร้างความไร้เสถียรภาพให้กับตลาดพลังงานโลก จากรายงานของ UKRAINSKA PRAVDA โดยอ้างรายงานของ Financial Times

    การนำเข้าน้ำมันเตา (Fuel Oil) จากรัสเซียมายังสิงคโปร์พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้ง ข้อมูลจาก Vortexa ระบุว่าปริมาณการนำเข้าในเดือนเมษายนได้แซงหน้าค่าเฉลี่ยรายเดือนของปี 2565 ไปมากกว่าสองเท่าแล้ว
    .
    สงครามและการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซได้ผลักดันให้ราคาพลังงานโลกสูงขึ้น และทำให้เกิดการขาดแคลนผลิตภัณฑ์สำคัญ รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานและน้ำมันเชื้อเพลิงเรือ (Bunker)
    .
    ราคาน้ำมันซึ่งส่งผลต่อต้นทุนเชื้อเพลิงทางทะเลได้ปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงต้นเดือนเมษายน โดยในเวลานั้นน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นราคากลางทั่วโลกเกือบแตะระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดี(23 เมษายน)ที่ผ่านมาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 106 ดอลลาร์สหรัฐ
    .
    ภายใต้กฎเกณฑ์ที่กลุ่มประเทศ G7 และสหภาพยุโรป (EU) นำมาใช้ น้ำมันเตาของรัสเซียตกอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรและไม่สามารถนำเข้าโดยประเทศเหล่านั้นได้ อย่างไรก็ตาม การค้ายังคงได้รับอนุญาตภายใต้กรอบเพดานราคา (Price Cap) ซึ่งอนุญาตให้บริษัทต่างๆ ขนส่งเชื้อเพลิงได้หากซื้อในราคาไม่เกิน 45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
    .
    สหรัฐอเมริกาได้รปรับเปลี่ยนนโยบายส่วนหนึ่ง โดยผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียทางทะเลเป็นการชั่วคราว เพื่อยั้งราคาที่พุ่งสูงขึ้น
    .
    ในส่วนของสิงคโปร์เองนั้น ไม่ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเฉพาะเจาะจงของรัสเซีย แต่ผู้ค้าต้องปฏิบัติตามเพดานราคาหากการขนส่งนั้นเกี่ยวข้องกับการบริการทางทะเลของตะวันตก
    .
    การนำเข้าน้ำมันเตาจากตะวันออกกลางมายังสิงคโปร์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังสงครามเริ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Vortexa ระบุว่าการจัดหาจากรัสเซียในเดือนมีนาคมและเมษายนได้ช่วยชดเชยการลดลงจากกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซียได้บางส่วน
    .
    ปริมาณรวมจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียในเดือนมีนาคมและเมษายนลดลงเหลือ 336,000 บาร์เรลต่อวัน (เทียบกับ 522,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์) ปริมาณรวมจากรัสเซียในช่วงเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้นจาก 372,000 เป็น 585,000 บาร์เรลต่อวัน
    .
    ติดตามอ่านหลากหลายประเด็นน่าสนใจใน ASEAN Roundup ประจำวันที่ 19-25 เม.ย. 2569 ได้ที่ [คอมเมนต์]
    .
    ที่มาภาพ: straitstimes
    .
    #สิงคโปร์ #น้ำมันรัสเซีย #สู่อาเซียน #ASEANRoundup #ไทยพับลิก้า #Thaipublica

    https://www.facebook.com/share/17GNe1BrLF/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รอยร้าวในนาโตขยายวงกว้างหลังทำเนียบขาวสั่งถอนกำลังทหารจากเยอรมนีครั้งใหญ่ท่ามกลางสงครามอิหร่านที่กำลังตึงเครียด

    สหรัฐฯ ประกาศถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี พร้อมส่งสัญญาณลดความสำคัญด้านความมั่นคงในยุโรป

    กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) ยืนยันแผนการปรับลดกำลังพลจำนวน 5,000 นาย ออกจากฐานทัพในเยอรมนีภายในระยะเวลา 6 ถึง 12 เดือนข้างหน้า โดยระบุว่าเป็นผลจากการทบทวนยุทธศาสตร์เพื่อมุ่งเน้นภารกิจในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และความมั่นคงภายในมาตุภูมิ การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่อท่าทีของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ แห่งเยอรมนี ที่วิพากษ์วิจารณ์การทำสงครามกับอิหร่านของสหรัฐฯ ว่าขาดแผนการถอนตัวที่ชัดเจน

    เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตอบโต้ต่อวาทกรรมของผู้นำเยอรมนีที่ "ไม่เหมาะสมและไม่เป็นประโยชน์" ต่อพันธมิตรนาโต โดยกำลังพลที่ถูกถอนออกจะรวมถึงหน่วยรบระดับกองพล (Brigade Combat Team) และกองพันปืนใหญ่ระยะไกลที่เคยมีกำหนดประจำการ ซึ่งนับเป็นการลดระดับความร่วมมือทางทหารครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์ความไม่สงบในยุโรปตะวันออกเมื่อปี 2022 ส่งผลให้จำนวนทหารสหรัฐฯ ในเยอรมนีจะเหลือเพียงประมาณ 30,000 นาย จากเดิมที่มีมากกว่า 35,000 นาย

    ในขณะที่เยอรมนียืนยันว่าพร้อมรับมือกับการปรับลดกำลังพลดังกล่าว แต่นักวิเคราะห์มองว่านี่คือการส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงจากวอชิงตันไปยังพันธมิตรยุโรปที่ไม่ได้ให้การสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางตามที่สหรัฐฯ ร้องขอ โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทรัมป์ได้ขู่ว่าจะขยายการถอนทหารไปยังอิตาลีและสเปนเพิ่มเติม หากประเทศเหล่านี้ยังคงมีท่าทีเพิกเฉยต่อความมั่นคงที่สหรัฐฯ กำลังแบกรับ

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: เพนตากอนมีคำสั่งถอนทหาร 5,000 นายจากเยอรมนีภายใน 6-12 เดือน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีความขัดแย้งทางคำพูดกับนายกรัฐมนตรีเยอรมนีจริง
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: การโยกย้ายกำลังพลส่วนหนึ่งไปยังภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกโดยละเอียด และผลกระทบต่อประสิทธิภาพของฐานทัพแรมสไตน์ (Ramstein)
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: แผนการถอนทหารทั้งหมดออกจากยุโรป หรือการยกเลิกพันธสัญญาภายใต้อนุสัญญานาโตอย่างถาวร

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – สื่อหลักระดับโลกทั้ง Reuters, AP, Bloomberg และ CBS News ยืนยันข้อมูลตรงกันจากแถลงการณ์ของโฆษกเพนตากอน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters / Bloomberg / AP

    https://www.facebook.com/share/14Y57N2gKpW/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เหตุระเบิดรุนแรงระหว่างภารกิจเก็บกู้วัตถุระเบิดในจังหวัดซานจานของอิหร่าน ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

    กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านสูญเสียเจ้าหน้าที่ 14 นาย ระหว่างปฏิบัติการเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ตกค้างในจังหวัดซานจาน

    หน่วย Ansar al-Mahdi ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) เปิดเผยว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ชุดปฏิบัติการทำลายล้างวัตถุระเบิดกำลังเข้าพื้นที่เพื่อระบุอัตลักษณ์และเก็บกู้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยังไม่ระเบิด ซึ่งตกค้างมาจากการโจมตีทางอากาศเมื่อไม่นานมานี้

    รายงานระบุว่าแรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ IRGC เสียชีวิตทันที 14 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย โดยพื้นที่ดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ปนเปื้อนวัตถุอันตรายที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง

    ขณะนี้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านได้สั่งการให้มีการตรวจสอบสาเหตุของการระเบิดโดยละเอียด ว่าเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิคของอุปกรณ์หรือความไวของวัตถุระเบิดที่ตกค้าง ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: มีเจ้าหน้าที่ IRGC เสียชีวิต 14 นาย และบาดเจ็บ 2 นาย จากเหตุระเบิดในจังหวัดซานจาน
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายละเอียดของยุทโธปกรณ์ต้นเหตุว่าเป็นชนิดใด และมาจากปฏิบัติการโจมตีของฝ่ายใด
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การตั้งข้อสังเกตเรื่องการก่อวินาศกรรมจากบุคคลภายนอกในระหว่างปฏิบัติการ

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานโดยสำนักข่าวอิสระและสื่อในพื้นที่ที่มีความน่าเชื่อถือสอดคล้องกัน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Iran International / Local IRGC Statement
    https://www.facebook.com/share/p/1E6ipV8wbt/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สงครามการค้าเริ่มกลับมา !!!
    FB_IMG_1777693295642.jpg
    Global Trade War ท่ามกลางสงครามการทหาร

    เรากำลังเผชิญสงครามคู่ขนาน

    ที่จะป่วนโลก และสินทรัพย์ต่างๆ

    สร้างความผันผวนไปพร้อมๆ กัน

    สำหรับประเทศไทย

    อีกไม่นานก็จะมาถึงเรา

    ต้องหาทางออกเรื่อง Tariffs ที่ตั้งใจจะกลับมาคิดกับเรา

    ที่สหรัฐจะพยายามให้ได้อัตราออกมาใกล้เคียงกับ Reciprocal Tariffs ที่คิดกับไทยเมื่อสิงหาคมที่แล้ว

    ซึ่งเราควรพยายามยืนยันข้อตกลงใกล้ๆ เดิม

    เพราะถ้าพยายามเปลี่ยน

    ยกเลิกที่เคยคุยไว้ เหมือนมาเลเซีย

    สหรัฐคงจะหาทางลงโทษ

    และสุดท้ายจะจบลงในอัตราที่แพงขึ้นจากเดิมพอควร

    ถอนใจ !

    #มุมมองดรกอบ #Trump #GlobalTradeWar

    https://www.facebook.com/share/1GcuPwEPik/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เปิดประตู … เดินจากไป !!!

    ประโยคสุดท้าย

    I won’t see you next time.

    จบยุค

    หลังจากนี้

    เริ่มต้น Era ใหม่

    กับ Kevin Warsh + DJT

    มาดูกันว่า

    เฟดจะเปลี่ยนหรือไม่ อย่างไร !!!

    ปล. Powell จะคงเป็นกรรมการเฟดต่อ แต่บอกว่าจะทำตัวเล็กๆ low profile - ไม่ข้ามหน้าประธานเฟดคนใหม่ จนกระทั่งคดีต่างๆ ผ่านไป :)

    https://www.facebook.com/share/p/18W8QTDUA1/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วิเคราะห์: ราคาน้ำมันจะวิ่งไป 150 ดอลลาร์หรือสูงกว่า — หากสงครามไม่ยุติภายในมิถุนายน

    ตลาดน้ำมันดิบโลกกำลังเข้าสู่ช่วงที่เปราะบางที่สุดช่วงหนึ่งในรอบหลายปี ราคาน้ำมันไม่ได้เคลื่อนไหวจาก "ข่าวสงคราม" เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังสะท้อนความเสี่ยงที่ลึกกว่านั้น คือความเสี่ยงที่น้ำมันที่เหลือนั้นนำมาใช้ได้ในระบบอาจไม่เพียงพอในจุดที่ต้องการ ในเวลาที่ต้องการ และในรูปแบบที่ตลาดต้องการ

    ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่เคลื่อนไหวทะลุ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในอาทิตย์ที่ผ่านมาก่อนลงมาแถว บริเวณ 105-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะนี้ ยังไม่ใช่ราคาที่สะท้อนความเสี่ยงทั้งหมด หากสถานการณ์บริเวณช่องแคบ Hormuz ยังคงยืดเยื้อ ราคาปัจจุบันอาจเป็นเพียง "ราคาช่วงเปลี่ยนผ่าน" ก่อนที่ตลาดจะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า scarcity pricing หรือการกำหนดราคาจากความขาดแคลนทางกายภาพ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเรื่องการเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง

    พูดให้เข้าใจง่ายขึ้น: ตลาดไม่ได้ถามแค่ว่า "โลกยังมีน้ำมันเหลือเท่าไร" แต่กำลังถามว่า "น้ำมันที่เหลือนั้นนำมาใช้ได้จริงหรือไม่ อยู่ถูกที่หรือไม่ และทันเวลาหรือไม่"

    ขนาดของวิกฤต — 12% ของอุปทานโลก ใหญ่กว่าวิกฤตปี 1973

    เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าวิกฤตรอบนี้ใหญ่ขนาดไหน ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่าควรเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีตที่นักลงทุนคุ้นเคย ในภาวะปกติก่อนสงคราม ช่องแคบ Hormuz มี เรือบรรทุกน้ำมัน 120-150 ลำต่อวัน ผ่านเข้าออก แต่ปัจจุบันจำนวนนี้ลดลงเหลือเพียง 0-10 ลำต่อวัน

    สาเหตุหลักมีหลายประการ ทั้งความเสี่ยงจากการโจมตีโดยตรง การปรากฏตัวของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในพื้นที่ และที่สำคัญที่สุดคือ บริษัทประกันภัยทยอยถอนความคุ้มครองหรือขึ้นเบี้ยประกันสูงเกินกว่าที่จะคุ้มต่อการเดินเรือ ผลคือ shipping ที่เคยไหลผ่านเส้นทางนี้แทบจะหยุดลง

    จากปริมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ที่เคยผ่าน Hormuz ปัจจุบันยังมีน้ำมันเล็ดลอดออกมาผ่านท่อขนส่งทางบกและช่องทางอื่นได้ประมาณ 7-8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนต่างที่หายไปจากระบบจึงอยู่ที่ 12-13 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น ~12% ของอุปทานน้ำมันโลก และ ~30% ของการส่งออกทางทะเล

    ตัวเลข 12% นี้สำคัญมากเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต วิกฤตน้ำมันปี 1973 ที่หลายคนยกให้เป็นต้นแบบของ oil shock เคยทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสี่เท่าในเวลาไม่กี่เดือน — แต่ในรอบนั้น อุปทานโลกหายไปเพียง ~7% เท่านั้น วิกฤต Hormuz รอบนี้กำลังทำให้อุปทานหายไป ~12% ซึ่งใหญ่กว่าวิกฤตปี 1973 อย่างมีนัยสำคัญ ในเชิงปริมาณ นี่อาจเป็น oil supply shock ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

    คำถามที่หลายคนตั้งคือ ถ้าวิกฤตใหญ่ขนาดนี้ ทำไมราคาน้ำมันถึงไม่พุ่งทะลุระดับ all-time high แบบในปี 1973 หรือ 2008 คำตอบอยู่ที่สต็อกที่ทำหน้าที่เป็นกันชน — แต่กันชนนั้นกำลังถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว

    ภาพลวงตาของ 8.4 พันล้านบาร์เรล — โครงสร้างจริงของอุปทานสำรอง 4 แหล่ง

    ตัวเลขที่ทำให้หลายฝ่ายดูเหมือนสบายใจคือ คลังน้ำมันโลกเริ่มต้นปี 2026 ด้วยปริมาณรวมประมาณ 8.4 พันล้านบาร์เรล แต่ตัวเลขนี้อาจเป็นภาพลวงตา เพราะเมื่อช่องแคบ Hormuz ติดขัด ระบบไม่ได้พึ่งพา "น้ำมันรวมทั้งหมด" แต่ต้องไล่ดึงตามลำดับจาก 4 แหล่งสำรองที่มีข้อจำกัดต่างกันอย่างชัดเจน และหากแหล่งสำรองทั้ง 4 ไม่เพียงพอ กลไกที่ 5 คือการทำลายอุปสงค์ (demand destruction) จะเข้ามาทำหน้าที่ปรับสมดุลด้วยกลไกราคา

    แหล่งที่ 1 — สต็อกลอยน้ำ (Floating Storage): น้ำมันบนเรือบรรทุกที่กำลังเดินทางหรือจอดทอดสมอเป็นแหล่งที่ตอบสนองได้เร็วที่สุด เพราะสามารถเปลี่ยนปลายทางได้ค่อนข้างง่ายและมักถูกใช้ก่อนเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง ข้อจำกัดสำคัญคือเรื่องตำแหน่ง — น้ำมันที่ลอยอยู่ในอ่าวเปอร์เซียก็ออกจากภูมิภาคไม่ได้ถ้า Hormuz ปิด แม้จะมีของอยู่บนเรือ แต่การส่งไปยังโรงกลั่นในยุโรปหรือเอเชียตะวันออกก็ทำไม่ได้ และเมื่อสต็อกชั้นนี้ถูกใช้ไปมาก ตลาดจะต้องพึ่งแหล่งที่เข้าถึงยากกว่า

    แหล่งที่ 2 — สต็อกเชิงพาณิชย์บนบก (Commercial Onshore): สต็อกในศูนย์กลางสำคัญ เช่น Cushing, ARA และ Singapore เป็นแหล่งถัดไปที่ตลาดดึงมาใช้ได้ ถูกควบคุมโดยแรงจูงใจเชิงพาณิชย์ หากราคาน้ำมันสูงพอ เจ้าของสต็อกจะยอมปล่อยขาย แต่อุปสรรคที่ตลาดมักมองข้ามคือเรื่องเกรดน้ำมัน — น้ำมันดิบมีหลายเกรด และโรงกลั่นแต่ละแห่งถูกออกแบบให้กลั่นเกรดที่เฉพาะเจาะจง ดังนั้นแม้น้ำมันมีอยู่ในคลัง ก็อาจไม่ใช่ชนิดที่โรงกลั่นปลายทางใช้ได้ทันที ต้องมีการแลกเปลี่ยน blend หรือปรับกระบวนการ ซึ่งใช้เวลาและต้นทุน

    แหล่งที่ 3 — คลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserves / SPR): คลังสำรองของรัฐ เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ สามารถถูกระบายเข้าสู่ตลาดเพื่อบรรเทาวิกฤตได้ แต่มีข้อจำกัดสำคัญ 2 ประการ — หนึ่ง รัฐบาลทุกประเทศจะไม่ปล่อยคลังสำรองทั้งหมดออกสู่ตลาด เพราะนั่นคือเงินสำรองสุดท้ายของระบบเศรษฐกิจประเทศ การปล่อยรอบนี้จึงเป็นเพียงบางส่วน และสอง ความเร็วในการระบายมีจำกัด — ระบบลอจิสติกส์โลกไม่มีรถบรรทุก เรือ และคนขับเพียงพอที่จะระบายน้ำมันเป็นพันล้านบาร์เรลภายในไม่กี่สัปดาห์ การระบายเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาเป็นเดือนหรือปี

    แหล่งที่ 4 — สต็อกขั้นต่ำของระบบ (Operational Minimum Stocks): ประกอบด้วยน้ำมันใน pipeline fill, linepack equivalents, minimum terminal inventories และผลิตภัณฑ์น้ำมันที่จำเป็นต่อการดำเนินงานรายวัน แหล่งนี้แทบไม่ถูกแตะต้องในภาวะปกติ เพราะการดึงน้ำมันจากชั้นนี้ออกมาใช้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของระบบขนส่ง การกลั่น และความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทั้งหมด — ถึงจะมีน้ำมันอยู่บนกระดาษ แต่การดึงออกมาใช้คือการสร้างความเสี่ยงเชิงระบบที่ใหญ่กว่าวิกฤตเดิม จึงเป็นแหล่งสุดท้ายที่ระบบจะยอมแตะ

    กลไกที่ 5 — การทำลายอุปสงค์ (Demand Destruction): เมื่อแหล่งสำรองทั้ง 4 ไม่เพียงพอ ราคาจะต้องสูงขึ้นจนผู้บริโภคบางส่วนเลิกใช้หรือใช้พลังงานน้อยลง เช่น สายการบินลดเที่ยวบิน โรงงานลดกำลังผลิต ผู้บริโภคลดการเดินทาง และประเทศผู้นำเข้าชะลอการใช้พลังงาน ในจุดนี้ ราคาน้ำมันไม่ได้ทำหน้าที่สะท้อนต้นทุนการผลิตอีกต่อไป แต่ทำหน้าที่ "บังคับให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง"

    เมื่อรวมข้อจำกัดของทั้ง 4 แหล่งสำรองเข้าด้วยกัน นักวิเคราะห์มีการประมาณการที่ต่างกันถึงปริมาณ "ที่ดึงได้จริง" — ตั้งแต่ 800 ล้านบาร์เรล (จาก J.P. Morgan), 2.5 พันล้านบาร์เรล (จาก EIA) ไปจนถึง 2.8 พันล้านบาร์เรล (จาก OECD) ความแตกต่างนี้สะท้อนความเข้มข้นในการนับข้อจำกัดของแต่ละแหล่ง แต่ไม่ว่าตัวเลขที่ถูกต้องจะอยู่ตรงไหน คณิตศาสตร์ก็น่ากังวล — หากระบบเสียอุปทานวันละ 12 ล้านบาร์เรล นั่นเท่ากับ 1.2 พันล้านบาร์เรลใน 100 วัน หรือประมาณ 3 เดือน และสงครามรอบนี้ก็ดำเนินมานานกว่า 2 เดือนแล้ว

    นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้ความเสี่ยงของราคาน้ำมันมีลักษณะ ไม่เป็นเส้นตรง หรือ nonlinear ในช่วงแรก ราคาน้ำมันอาจค่อยๆ ปรับขึ้นตามการดึงสต็อก แต่เมื่อสต็อกที่ดึงง่ายเริ่มหมดลง ตลาดจะต้องแย่งชิงน้ำมันที่หาได้ยากขึ้น แพงขึ้น และอยู่ไกลขึ้น ในจุดนั้น ราคาสามารถกระโดดขึ้นอย่างรุนแรงได้

    ความตื่นตระหนกจะไม่เริ่มเมื่อน้ำมันหยดสุดท้ายในคลังสำรองหมดไป — แต่จะเริ่มเมื่อระดับสต็อกลดลงสู่จุดที่ทำให้ตลาดเริ่มกังวลว่ากันชนกำลังจะหมด ทุกวันที่ผ่านไป โลกขยับเข้าใกล้จุดนั้นมากขึ้น

    เส้นเวลาราคาน้ำมัน Brent — ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี

    ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนประเมินเส้นเวลาราคาน้ำมัน Brent ภายใต้สมมติฐานหลักว่าวิกฤต Hormuz จะยังคงยืดเยื้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 จุดตรวจสอบ (checkpoints) ตามไทม์ไลน์ ดังนี้

    จุดที่ 1 — ปลายเมษายน (จุดเริ่มต้น/วันนี้): Brent ซื้อขายอยู่ในกรอบ 100-130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยปัจจุบันเคลื่อนไหวบริเวณกึ่งกลางของกรอบที่ระดับ 105-110 ดอลลาร์ ตลาดยังอยู่ในโหมด "ราคาช่วงเปลี่ยนผ่าน" โดยยังเชื่อว่าวิกฤตจะคลี่คลายในระยะอันใกล้ ค่าพรีเมียมสงครามถูกใส่เข้ามาบางส่วน แต่ยังไม่ใช่ราคาที่สะท้อนการขาดแคลนทางกายภาพอย่างเต็มที่

    จุดที่ 2 — ปลายพฤษภาคม: หากการขนส่งผ่าน Hormuz ยังคงติดขัด Brent น่าจะขยับขึ้นเข้าสู่กรอบ 110-140 ดอลลาร์ โดยสต็อกลอยน้ำเริ่มบางลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนต่างราคาสัญญาใกล้-ไกล (backwardation) เริ่มชันขึ้นเป็นสัญญาณว่าตลาดต้องแย่งซื้อน้ำมันที่ใช้ได้ทันที ตลาดเริ่มทยอยถอนสมมติฐานเรื่อง "วิกฤตจบเร็ว" ออกจากราคา

    จุดที่ 3 — ปลายมิถุนายน (จุดตัดสินใจสำคัญ): หากสงครามยังไม่ยุติภายในเดือนนี้ Brent มีโอกาสสูงที่จะขยับเข้าสู่กรอบ 120-150 ดอลลาร์ สต็อกพาณิชย์บนบกของ OECD เข้าสู่โซนวิกฤต และการระบาย SPR เริ่มถูกใช้ในอัตราที่เร่งขึ้น นี่คือจุดที่ราคา 150 ดอลลาร์เปลี่ยนสถานะจาก "ความเป็นไปได้" กลายเป็น "กรณีฐาน"

    จุดที่ 4 — ปลายกันยายน: หากวิกฤตยืดเยื้อต่อเนื่องไปจนสิ้นไตรมาสสาม Brent มีโอกาสขึ้นไปแตะกรอบ 150-200 ดอลลาร์ ค่าการกลั่นดีเซลและน้ำมันเจ็ทอาจพุ่งกระฉูดเร็วกว่าน้ำมันดิบ สะท้อนภาวะ rationing ในตลาดผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป กรอบนี้กว้าง เพราะขึ้นกับว่า demand destruction จะเข้ามาเร็วหรือช้า — ครึ่งล่างของกรอบ (~150-170) คือระดับที่ระบบยังพอประคองได้ ส่วนครึ่งบน (~170-200) คือ spike ที่อาจเกิดในช่วงสั้นๆ ก่อนที่ demand destruction จะลากกลับลง

    ที่จริงแล้ว ราคา 200 ดอลลาร์ในวงจรปัจจุบันไม่ใช่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ในวิกฤตปี 2008 ราคาน้ำมัน WTI เคยพุ่งแตะ 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยที่ในตอนนั้นยังไม่ได้มีการหยุดชะงักของอุปทานในระดับเดียวกับวันนี้ และเมื่อปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อตั้งแต่ปี 2008 ราคา 147 ดอลลาร์ในขณะนั้นเทียบเท่ากับ มากกว่า 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเงินดอลลาร์ปัจจุบัน หากใช้บรรทัดฐานนั้น ราคา 150-200 ดอลลาร์ในวงจรปัจจุบันที่กำลังเผชิญ oil supply shock ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จึงเป็นกรอบที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่ตัวเลขสุดโต่ง

    จุดที่ 5 — หลังสงครามจบ (ภาวะ Recovery ที่ถูกประเมินผิด): ประเด็นที่นักลงทุนจำนวนมากประเมินผิดคือ ราคาน้ำมันจะ ไม่ร่วงกลับสู่ระดับก่อนสงคราม (~60 ดอลลาร์) อย่างฉับพลันเมื่อสงครามยุติ เพราะสต็อกที่ถูกดึงออกมาใช้ในช่วงวิกฤตจำเป็นต้องถูกเติมกลับเข้าระบบ ซึ่งสร้างอุปสงค์ส่วนเพิ่มที่จะคงราคาให้สูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง ทันข่าวลงทุนประเมินว่า หากสงครามจบในปลายเดือนมิถุนายน ราคา Brent จะใช้เวลาอย่างน้อย 12 เดือน ก่อนจะกลับสู่ระดับใกล้เคียง pre-war การคาดหวังว่าน้ำมันจะกลับมาราคาถูกได้ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังสงครามจึงเป็นการมองโลกในแง่ดีเกินไป

    มุมมองหลักของทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนคือ Brent ที่ระดับ 100-130 ดอลลาร์ ในวันนี้ ยังไม่ใช่ราคาสูงสุดของวงจรนี้หากปัญหา Hormuz ยืดเยื้อ การขยับขึ้นไปสู่กรอบ 150-200 ดอลลาร์ ภายในไตรมาสสาม เป็นกรณีที่นักลงทุนต้องเตรียมรับ ไม่ใช่ความเสี่ยงไกลตัว

    เส้นเวลาข้างต้นทั้งหมดวางอยู่บน สมมติฐานสำคัญ ว่าสงครามจะไม่ลุกลามขยายตัวออกไปยัง ทะเลแดง (Red Sea) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญอีกหนึ่งเส้น หากความขัดแย้งลุกลามไปยังทะเลแดงเมื่อใด เส้นเวลาทั้งหมดจะถูกบีบให้สั้นลงอย่างฉับพลัน — กรอบราคา 150-200 ดอลลาร์ ที่คาดว่าจะเห็นในไตรมาสสาม อาจถูกดึงเข้ามาให้เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่หลายเดือน เพราะเป็นการสูญเสียเส้นทางขนส่งหลักของโลก 2 เส้นพร้อมกัน ซึ่งระบบสำรองทั้ง 4 แหล่งจะไม่สามารถรองรับได้เลย

    บทสรุป: สิ่งที่ไทยต้องเตรียมรับ

    มุมมองของทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนคือ ประเทศไทยควรเริ่มเตรียมความพร้อมรับมือกับ ภาวะน้ำมันขาดแคลน ในระยะข้างหน้าอย่างจริงจัง เพราะราคา Brent ที่ระดับ 100-130 ดอลลาร์ ในวันนี้ ยังไม่ใช่ราคาที่สะท้อนความเสี่ยงทั้งหมด หากสถานการณ์บริเวณช่องแคบ Hormuz ยังคงยืดเยื้อ

    หากสงครามยังไม่ยุติภายในเดือนมิถุนายน Brent มีโอกาสขยับเข้าสู่กรอบ 120-150 ดอลลาร์ และอาจขึ้นไปแตะ 150-200 ดอลลาร์ ภายในปลายไตรมาสสาม กรอบบนของช่วงนี้ดูเหมือนสุดโต่ง แต่เมื่อเทียบกับวิกฤตปี 2008 ที่ราคา WTI เคยแตะ 147 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็น กว่า 200 ดอลลาร์ในเงินดอลลาร์ปัจจุบัน โดยที่ในตอนนั้นไม่ได้มี supply shock ขนาดเดียวกับวันนี้ ราคาเป้าหมาย 150-200 ดอลลาร์ในรอบนี้จึงไม่ใช่ตัวเลขที่เกินจริง

    ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ภาพหลังสงครามไม่ใช่การฟื้นตัวแบบฉับพลัน สต็อกที่ถูกดึงออกมาใช้ในช่วงวิกฤตจำนวนมหาศาลจำเป็นต้องถูกเติมกลับเข้าระบบ ซึ่งจะคงราคาให้ทรงตัวสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง สมมติว่าสงครามจบในปลายเดือนมิถุนายน ราคา Brent จะใช้เวลาอย่างน้อย 12 เดือน ก่อนจะกลับสู่ระดับใกล้เคียงก่อนสงคราม

    ข้อสรุปเชิงปฏิบัติสำหรับประเทศไทยคือ ภาวะที่ราคาน้ำมัน Brent ทรงตัวเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล น่าจะลากยาวอย่างน้อยจนถึงช่วงเดียวกันของปีหน้า กล่าวคือ จะอยู่กับเราต่อเนื่องไปอีกประมาณ 1 ปีเต็ม นี่ไม่ใช่วิกฤตที่ผ่านมาแล้วผ่านไปในไม่กี่สัปดาห์ แต่เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่จะบีบทั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าครองชีพ ต้นทุนภาคขนส่ง และต้นทุนภาคอุตสาหกรรมของไทยอย่างต่อเนื่อง

    ดังนั้น ทันข่าวลงทุนมองว่าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของไทยควรเริ่มทบทวนแผนบริหารความเสี่ยงด้านพลังงานตั้งแต่วันนี้ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การประเมินสมมติฐานต้นทุนของภาคธุรกิจ การเร่งโครงการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน และการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ราคาอาจพุ่งทะลุ 150 ดอลลาร์ และทรงตัวสูงต่อเนื่องอีกหลายไตรมาส

    บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงานทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

    ถ้าชอบเนื้อหานี้ ช่วยกดไลก์และแชร์บทความนี้ด้วยนะครับ แล้วกดติดตาม Facebook Page "ทันข่าวลงทุน" เพื่อรับข่าวอัปเดตทุกวัน

    https://www.facebook.com/share/1Be2HV329G/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    2 พ.ค.ทำเนียบขาวแจ้งสภาสหรัฐ การหยุดยิงได้ยุติสงครามกับอิหร่านที่เริ่มเมื่อ 28 ก.พ. ปธน.ทรัมป์ชี้ข้อเสนออิหร่านไม่ตรงความต้องการ สหรัฐจะทำให้ทุกอย่างลงตัว และไม่รีบออกจากพื้นที่ขัดแย้งจนกว่าจะบรรลุวัตถุประสงค์ BTimes


    https://www.facebook.com/share/p/1EJhiuweKa/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐประกาศคำเตือนคนอเมริกันในสหราชอาณาจักรระวังตัวในที่สาธารณะ ทำตัวอย่าโดดเด่น สหราชอาณาจักรประกาศเตือนภัยก่อการร้ายระดับประเทศขึ้นระดับรุนแรง เหตุก่อการร้ายแทงชาวยิวในอังกฤษเมื่อ 29 เม.ย. BTimes

    May 2, 2026 เตือนจริงจัง! สหรัฐเตือนคนอเมริกันในสหราชอาณาจักร นับสถานการณ์สหราชอาณาจักรประกาศเตือนภัยก่อการร้ายระดับประเทศขึ้นระดับรุนแรง เก่นายกฯ อังกฤษชี้เหตุแทงชาวยิวในอังกฤษเป็นการก่อการร้าย

    เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 เวลา 23.30 น. ตามเวลาในอังกฤษ สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ประกาศคำเตือนพลเรือนชาวอเมริกันในสหราชอาณาจักร ดังนี้

    รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศยกระดับภัยคุกคามจากการก่อการร้ายระดับชาติเป็นระดับรุนแรง ในวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2026 รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ยกระดับภัยคุกคามจากการก่อการร้ายระดับชาติเป็น "รุนแรง" ซึ่งหมายความว่าการโจมตีของผู้ก่อการร้ายมีโอกาสสูง ระดับภัยคุกคามระดับชาติเพิ่มขึ้นเป็นรุนแรงหลังจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่บริเวณโกลเดอร์ส กรีน Golders Green ในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026

    การปรับระดับคำเตือนของภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้ายเมื่อเร็ว ๆ นี้ เกิดจากภัยคุกคามของอิสลามและผู้ก่อการร้ายฝ่ายขวาสุดโต่งในสหราชอาณาจักรมีเพิ่มขึ้น

    พลเรือนชาวอเมริกันขอให้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำ ดังนี้ ตื่นตัวในที่สาธารณะ รวมถึงโรงเรียน โรงพยาบาล โบสถ์ สถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์กลางการขนส่ง ปรับเปลี่ยนเส้นทางและเวลาการเดินทางของคุณเพื่อลดความสามารถในการคาดการณ์ ไม่ควรทำตัวให้โดดเด่น ตระหนักถึงสภาพแวดล้อมของคุณ รวมถึงกิจกรรมในท้องถิ่น ตรวจสอบแผนความปลอดภัยส่วนบุคคลของคุณ รายงานภัยคุกคามบนโซเชียลมีเดียและกิจกรรมที่น่าสงสัยต่อหน่วยงานท้องถิ่น และติดตามข่าวในท้องถิ่นสําหรับข้อมูลล่าสุด

    ย้อนกลับไปเมื่อเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2026 ที่ผ่านไป ตำรวจในกรุงลอนดอนประกาศให้เหตุการณ์ชายชาวยิวสองรายถูกแทงในย่านโกลเดอร์ส กรีน ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน เป็นเหตุการณ์ก่อการร้าย

    ตำรวจกรุงลอนดอน ระบุว่าผู้บาดเจ็บมีชื่อว่าชิโลเม แรนด์ อายุ 34 ปี และโมเช ชายน์ อายุ 76 ปี ทั้งสองคนได้รับการปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทั้งสองรายมีอาการทรงตัว ตำรวจ เปิดเผยต่อไปว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ปืนช็อตไฟฟ้าเข้าควบคุมตัวชายสัญชาติอังกฤษซึ่งเกิดในโซมาเลียวัย 45 ปี จากเหตุต้องสงสัยฐานพยายามฆ่า ผู้ต้องสงสัยยังคงถูกควบคุมตัวอยู่

    ทั้งนี้ นายเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการโจมตีต่อต้านชาวยิว (antisemitic attack)" และชี้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง นายสตาร์เมอร์กล่าวด้วยว่าการโจมตีชุมชนชาวยิว คือการโจมตีต่อสหราชอาณาจักร
    #ยิว #ก่อการร้าย #อังกฤษ #สหรัฐ #ยูเค #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1EQgGkusHv/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตลาดน้ำมันดิบโลกยังไม่ถูกกระทบเต็มสูบจากสงครามอิหร่าน บริษัทพลังงานใหญ่สุดในโลกเตือนราคาน้ำมันดิบสูงต่อเนื่องในระยะยาว หากเปิดช่องแคบฮอร์มุส ใช้เวลา 1-2 เดือนกว่ากลับสู่ปกติ BTimes

    May 2, 2026 แพงไม่สุด! ตลาดน้ำมันดิบยังไม่ถูกกระทบเต็มที่จากสงครามอิหร่าน ซีอีโอเอ็กซ์ซอน โมบิล ชี้ราคาน้ำมันดิบสูงต่อในระยะยาว คืนสภาพปกติใช้เวลา 1-2 เดือนหากเปิดช่องแคบฮอร์มุส

    นายดาร์เรน วู้ดส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ เอ็กซ์ซอน โมบิล ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานและผลิตน้ำมันดิบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกในปัจจุบันนั้นยังไม่ส่งผลกระทบอย่างเต็มที่ต่อตลาดโลก ซึ่งมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งรุนแรงที่นำไปสู่การทำสงครามเกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดภาวะปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกสะดุดหยุดลงมาเป็นเวลาต่อเนื่องจากการควบคุมและปิดกันช่องแคบฮอร์มุสอย่างไม่มีสัญญาณสิ้นสุด

    ตลาดน้ำมันดิบโลกในทุกวันนี้ได้รับผลกระทบที่ลดลงมาจากการเร่งขนส่งน้ำมันดิบออกจากตะวันออกกลางในช่วงเดือนมีนาคม น้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศขนาดใหญ่ และน้ำมันสำรองของเอกชนขนาดใหญ่ถูกปล่อยเข้าสู่ตลาดโลก ช่องแคบฮอร์มุสถูกปิดยืดเยื้อต่อไปจะส่งผลต่อปริมาณสำรองน้ำมันดิบทางเชิงยุทธศาสตร์และสำรองจากเอกชนชั้นนำขนาดใหญ่เหือดหายลง

    นั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นทั้งน้ำมันดิบสำรองเชิงยุทธศาสตร์และน้ำมันดิบสำรองของเอกชนจะต้องมีการสั่งนำเข้ามาเพื่อเติมปริมาณน้ำมันดิบดังกล่าวเป็นลำดับความสำคัญแรก ท่ามกลางความต้องการบริโภคน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปที่มีต่อเนื่องในปัจจุบัน ดังนั้น ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาวต่อเนื่อง

    ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ เอ็กซ์ซอน โมบิล คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุส จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งถึงสองเดือน จึงจะกลับคืนสู่ภาวะปกติในกรณีที่ช่องแคบฮอร์มุสสามารถกลับมาเปิดได้อย่างอิสระเหมือนก่อนที่จะเกิดสงครามอิหร่าน

    ทั้งนี้ กำลังการผลิตน้ำมันดิบของบริษัทเอ็กซ์ซอน โมบิล ที่อยู่ในตะวันออกกลางลดลงถึงวันละ 750,000 บาร์เรล ถ้าหากความขัดแย้ง และการปิดช่องแคบฮอร์มุส ยังคงดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นไตรมาสที่สองนี้ ในขณะที่กำลังการผลิตในภาพรวมได้รับผลกระทบถึง 15% จากการปิดช่องแคบฮอร์มุส

    #น้ำมันดิบ #สหรัฐ #อังกฤษ #เศรษฐกิจ #ราคาน้ำมันวันนี้ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1KdUsjaDgU/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทั่วโลกเซ็ง ราคาน้ำมันดิบโลกป่วนโลกยาว ธนาคารบาร์เคลย์ส ปรับขึ้นราคาเป้าหมายแตะ 100 ดอลลาร์ในปี 2026 เพิ่มขึ้นเกือบ 20% จากเป้าหมายเดิม BTimes

    May 2, 2026 จ่ายแพงยาว! ราคาน้ำมันดิบโลกป่วนโลกยาว ธนาคารบาร์เคลย์ส ปรับขึ้นราคาแตะ 100 ดอลลาร์ในปี 2026 เพิ่มขึ้นเกือบ 20% จากเป้าหมายเดิม

    ธนาคารบาร์เคลย์ส ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ชื่อดังระดับโลกจากสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่าได้ปรับขึ้นแนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลาดโลกแตะที่ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขึ้นอีก 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือ +17.6% เมื่อเปรียบเทียบจากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าอยู่ที่ระดับ 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในปี 2026 นี้

    สาเหตุจากถึงแม้อิหร่านจะยื่นข้อเสนอใหม่ให้กับสหรัฐอเมริกาในขณะที่สหรัฐอเมริกาส่งสัญญาณการให้โอกาสเจรจามากกว่าที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่แต่สิ่งดังกล่าวไม่มีผลต่อการผ่อนคลายความตึงเครียดของมาตรการควบคุมและปิดช่องแคบของแต่ละฝ่ายนอกจากนี้ทั้งอิหร่านและสหรัฐอเมริกากับใช้กระแสข่าวในการตอบโต้ซึ่งกันและกัน ซึ่งส่งผลต่อจิตวิทยาของนักลงทุนในตลาดน้ำมันดิบทั่วโลก

    ธนาคารดังกล่าวคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกจะลดต่ำลงมากกว่าความต้องการผู้บริโภคทั่วโลกที่วัละ 6.6 ล้านบาร์เรล ตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มสูงที่จะเพิ่มสูงมากขึ้นเมื่อช่องแคบฮอร์มุสยังคงถูกควบคุม และปิดกั้นทำให้ปริมาณน้ำมันดิบไม่สามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้เหมือนเดิมเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามอิหร่าน

    สำหรับประเทศสหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ หรือยูเออี ตัดสินใจถอนตัว และยุติการเป็นสมาชิกของกลุ่มโอเปก และกลุ่มโอเปกพลัสที่อยู่มานานถึง 60 ปีนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของยูเออีไม่สามารถเติมเต็มความต้องการผลิตน้ำมันดิบของตลาดโลกได้จากผลกระทบของความเสียหายในแหล่งผลิต และท่าเรือขนส่งน้ำมันดิบของยูเออี ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมและฟื้นฟูข้ามปี

    #น้ำมันดิบ #สหรัฐ #อังกฤษ #เศรษฐกิจ #ราคาน้ำมันวันนี้ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1BDHm7eyj1/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “สหรัฐอาจเข้าควบคุมคิวบาแบบทันทีหลังจบสงครามอิหร่าน แค่ส่งเรือรบเราวนไปเยี่ยมระหว่างทางกลับมาจากอิหร่าน พวกเขาก็ยอมแพ้แล้ว“

    ทรัมป์ กล่าว

    https://www.facebook.com/share/p/1KkkYntqLH/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ... >>อินเดียเพิ่งนำทองคำสำรองกลับประเทศไปแล้ว 77%!...

    ===

    ธนาคารกลางอินเดียได้นำทองคำกลับประเทศเกือบ 680 ตันภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2026!

    นี่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มทั่วโลกที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ของธนาคารกลางต่างๆ ในการนำทองคำกลับประเทศ:
    อินเดีย — นำกลับประเทศไปแล้วประมาณ 77%!

    ฝรั่งเศส — นำกลับประเทศเสร็จสมบูรณ์แล้ว -> จากสหรัฐอเมริกา!

    เยอรมนี — มีแรงผลักดันอย่างมากในการนำกลับประเทศ!

    ประเทศอื่นๆ (โปแลนด์ ตุรกี ฯลฯ) ก็เร่งการจัดเก็บในประเทศเช่นกัน!

    ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังลดการพึ่งพาคลังเก็บทองคำในต่างประเทศ (โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา/สหราชอาณาจักร) ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์!

    นี่คือเหตุผลว่าทำไมทองคำและเงินแท่งที่คุณถือครองไว้เองจึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย

    ประเทศแห่งกุ้งและปู: เมื่อประเทศต่างๆ กำลังนำทองคำกลับประเทศ… คุณกำลังทำเช่นเดียวกันหรือไม่?

    แสดงความคิดเห็นของคุณ!
    *ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน โปรดรักษาสุขภาพให้ดี!
    https://www.facebook.com/share/p/17EyV87AfK/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยูเครนเริ่มส่งโดรน "Khmarynka" ล็อตแรก 150 ลำลงสู่สมรภูมิเพื่อทำลายระบบป้องกันทางอากาศของรัสเซีย

    ยูเครนเปิดตัวโดรนกามิกาเซ่รุ่นใหม่ "Khmarynka" เน้นต้นทุนต่ำเพื่อการผลิตจำนวนมาก หวังใช้ปริมาณกดดันระบบป้องกันทางอากาศรัสเซียให้ล้มเหลว

    บริษัท General Cherry ของยูเครนเริ่มส่งมอบโดรนพลีชีพ "Khmarynka" (แปลว่า เมฆน้อย) จำนวน 150 ลำแรกให้แก่กองกำลังป้องกันตนเองเพื่อทดสอบการใช้งานจริงในสมรภูมิ โดยโดรนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้มีราคาถูกและผลิตได้ง่ายในระดับอุตสาหกรรม เพื่อใช้เป็นอาวุธหลักในการทำสงครามบั่นทอนกำลัง (War of Attrition) ต่อต้านโครงสร้างพื้นฐานและคลังแสงของรัสเซีย

    มีรายงานว่าโดรน Khmarynka มีขีดความสามารถในการบรรทุกระเบิดได้สูงสุด 7 กิโลกรัม รัศมีทำการ 50 กิโลเมตร และทำความเร็วได้ถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้การปล่อยตัวจากแท่นยิง (Catapult) ซึ่งช่วยให้เคลื่อนย้ายและติดตั้งได้รวดเร็วในพื้นที่แนวหน้า ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการออกแบบดังกล่าวได้รับอิทธิพลมาจากโดรนรุ่น "Molniya" ของรัสเซีย เพื่อใช้ตอบโต้ยุทธวิธีเดียวกันในเขตพื้นที่สีเทา (Gray Zone)

    เป้าหมายหลักของการนำ Khmarynka มาใช้จำนวนมากคือการบีบให้ระบบป้องกันทางอากาศของรัสเซียต้องใช้กระสุนหรือขีปนาวุธราคาแพงในการยิงสกัดโดรนราคาถูกเหล่านี้ ซึ่งจะส่งผลให้ทรัพยากรด้านการป้องกันของรัสเซียลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง เปิดช่องให้ยูเครนสามารถโจมตีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญกว่าได้ในอนาคต

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: บริษัท General Cherry ผลิตโดรน Khmarynka ล็อตแรก 150 ลำ และมีสเปกบรรทุก 7 กก. ระยะทาง 50 กม.

    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ประสิทธิภาพในการเจาะทะลวงระบบป้องกันทางอากาศรุ่นใหม่ของรัสเซียในสถานการณ์จริง

    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: จำนวนสายการผลิตรวมทั้งหมดที่ตั้งเป้าไว้ในปี 2026

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – มีการเปิดตัวและยืนยันสเปกจากผู้ผลิตและสื่อด้านความมั่นคงหลายแห่ง (Militarnyi, Defense Express)

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม

    Source: Reuters / Militarnyi

    https://www.facebook.com/share/p/1AziWsQzt2/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประธานาธิบดี โดนัลด์ #ทรัมป์ ออกมาพูดเปรียบเปรยเมื่อวันศุกร์ (1 พ.ค.) ว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังทำตัว "เหมือน #โจรสลัด" ในการดำเนินการปิดล้อมทางทะเลของวอชิงตันต่อท่าเรืออิหร่าน ระหว่างสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลทำกับอิหร่าน

    ทรัมป์ กล่าวเช่นนั้นขณะบรรยายถึงการยึดเรือโดยกองกำลังสหรัฐฯ เมื่อไม่กี่วันก่อน

    "เรายึดเรือ เรายึดสินค้า เรายึดน้ำมัน มันเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้มาก" ทรัมป์ กล่าวในคำแถลงเมื่อเย็นวันศุกร์ (1) "เราเหมือนโจรสลัด ทำนองเดียวกับโจรสลัด แต่เราไม่ได้มาเล่นๆ"

    เรือบางลำของเตหะรานถูกสหรัฐฯ ยึดหลังจากออกจากท่าเรืออิหร่าน รวมไปถึงพวกเรือบรรทุกสินค้าที่ถูกคว่ำบาตร และเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านในน่านน้ำเอเชีย

    อิหร่านได้ปิดกั้นเรือเกือบทั้งหมดที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยกเว้นเรือของตนเองนับตั้งแต่เริ่มสงคราม จากนั้น ทรัมป์ ได้กำหนดมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านแยกต่างหาก

    สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดศึกโจมตีอิหร่านเมื่อ วันที่ 28 ก.พ. ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ตั้งอยู่ การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงการโจมตีเลบานอนของอิสราเอล ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปหลายพันคน และและหลายล้านคนต้องพลัดถิ่นฐาน

    สงครามครั้งนี้ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และนำไปสู่การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20% ของโลก

    ทรัมป์ ซึ่งเสนอช่วงเวลาและเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ สำหรับสงครามที่คนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นดีเห็นงามด้วย และถูกประณามอย่างกว้างขวางจากการแสดงความคิดเห็นของเขาเกี่ยวกับความขัดแย้ง รวมถึงเมื่อเขาขู่ว่าจะทำลายอารยธรรมทั้งหมดของอิหร่านเมื่อเดือนที่แล้ว

    ผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐฯ หลายคนกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ อาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม หลังจากที่ ทรัมป์ ขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน

    ที่มา: รอยเตอร์
    https://www.facebook.com/share/p/1CdJ8KQNEw/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทีมทนายความเตรียมเข้าพบหารือกับอองซานซูจีสุดสัปดาห์นี้
    .
    .
    รอยเตอร์ - ทีมทนายความของอองซานซูจีวางแผนที่จะเข้าพบเธอสุดสัปดาห์นี้ หลังจากเธอถูกย้ายไปกักบริเวณในบ้านพักในเมืองหลวงโดยรัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ตัวแทนคนหนึ่งกล่าววันนี้ (1)
    .
    อองซานซูจี ผู้ชนะรางวัลโนเบล ถูกควบคุมตัวนับตั้งแต่กองทัพโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนของเธอในการรัฐประหารในเดือนก.พ. 2564 การรัฐประหารได้จุดชนวนสงครามกลางเมืองที่รุนแรง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ และที่อยู่ของเธอก็ยังคงไม่ชัดเจน
    .
    “อองซานซูจียังคงอยู่ในกรุงเนปีดอ” สมาชิกคนหนึ่งของทีมกฎหมายของซูจีกล่าวกับรอยเตอร์ และยืนยันว่าซูจีถูกย้ายไปกักบริเวณในบ้านพักคืนวานนี้ (30)
    .
    เมื่อวันพฤหัสฯ (30) สื่อของรัฐรายงานว่าซูจีจะถูกย้ายไปกักบริเวณในบ้านพัก แต่ไม่ได้ระบุว่าที่ใด และสื่อของรัฐยังได้เผยแพร่ภาพถ่ายของซูจีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้พร้อมกับเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ 2 คน ที่ถือเป็นภาพถ่ายแรกของซูจีที่เปิดเผยต่อสาธารณะในรอบหลายปี
    .
    ทีมทนายความของซูจีวางแผนที่จะเข้าพบหญิงชราวัย 80 ปีในวันอาทิตย์ (3) เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ของเธอและนำสิ่งของจำเป็นไปให้
    .
    “สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ผมคิดว่ามันจะไม่ใช่แค่การเยี่ยมในเรือนจำตามปกติอีกต่อไป แต่จะเป็นการประชุมที่ทีมทนายความจะไปหารือเรื่องต่างๆ กับเธอ” ตัวแทนทางกฎหมาย กล่าว
    .
    หลังจากการพิจารณาคดีที่ยืดเยื้อยาวนานหลังจากการรัฐประหาร ซูจีถูกตัดสินจำคุก 33 ปี หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาต่างๆ ตั้งแต่การทุจริต การยุยงปลุกปั่น การโกงเลือกตั้ง ไปจนถึงการละเมิดกฎระเบียบการรักษาความลับของรัฐ ซึ่งพันธมิตรของเธอยืนยันว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้มีแรงจูงใจทางการเมืองและมีเป้าหมายเพื่อกีดกันเธอ
    .
    โทษจำคุกของซูจีถูกลดลงเหลือ 27 ปี และลดลงอีก 1 ใน 6 ส่วนจากการนิรโทษกรรมในวันปีใหม่พม่าเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ วิน มี้น อดีตประธานาธิบดี พันธมิตรและจำเลยร่วมของเธอได้รับการปล่อยตัว
    .
    เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา โทษจำคุกของเธอถูกลดลงอีก 1 ใน 6 ส่วน จากการนิรโทษกรรมให้นักโทษในเรือนจำของพม่า ก่อนที่จะมีการประกาศย้ายซูจีไปกักบริเวณในบ้าน
    .
    มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารที่ขึ้นเป็นประธานาธิบดีของพม่า ที่เป็นผู้นำการรัฐประหาร เผชิญกับแรงกดดันจากนานาชาติอย่างต่อเนื่องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองนับตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุด รวมถึงจากอาเซียน ซึ่งเขาพยายามที่จะกลับมามีส่วนร่วมกับกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากอาเซียนห้ามพม่าเข้าร่วมการประชุมสุดยอดที่เป็นผลจากการรัฐประหาร
    .
    ซูจี ถูกกักบริเวณในบ้านเป็นเวลาทั้งหมด 15 ปี ภายใต้รัฐบาลทหารชุดก่อน ที่บ้านพักของครอบครัวริมทะเลสาบอินยาในย่างกุ้ง สถานที่ที่ทำให้เธอมีชื่อเสียงอย่างมากจากการกล่าวสุนทรพจน์ต่อฝูงชนผู้สนับสนุนเหนือประตูเหล็กของบ้านหลังดังกล่าว.

    https://www.facebook.com/share/p/18cNxN45gx/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    CNN เปิดรายงาน ฐานทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย 16 แห่งในตะวันออกกลางถูกอิหร่านถล่มยับระดับที่"ไม่เคยเห็นมาก่อน"
    #Nippononline

    CNN เผยรายงานการสืบสวนพบว่า ฐานทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย 16 แห่งในตะวันออกกลางได้รับความเสียหายจากการโจมตีของอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของจุดประจำการของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ โดยความเสียหายรวมถึงเป้าหมายสำคัญที่มีมูลค่าสูง ทั้งเครื่องบิน เรดาร์ และระบบสื่อสาร โดยบางฐานแทบใช้งานไม่ได้ และสร้างความเสียหายเชิงยุทธศาสตร์อย่างหนัก จนก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับบทบาทและการวางกำลังของสหรัฐฯ ในพื้นที่

    รายงานระบุว่า ฐานทัพเหล่านี้กระจายอยู่ใน 8 ประเทศ และถูกโจมตีเพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล

    “ผมไม่เคยเห็นความเสียหายระดับนี้มาก่อน… นี่เป็นการโจมตีที่รวดเร็วและแม่นยำ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง” แหล่งข่าวเผย

    หนึ่งในเป้าหมายหลักคืออากาศยานราคาสูง เช่น ที่ฐานทัพ Prince Sultan ในซาอุดีอาระเบีย เครื่องบินตรวจการณ์ Boeing E-3 Sentry ของสหรัฐฯ ถูกทำลาย ซึ่งมีมูลค่าเกือบ 500 ล้านดอลลาร์ และเลิกผลิตไปแล้ว

    นอกจากนี้ ระบบสื่อสารสำคัญก็ได้รับความเสียหาย เช่น ที่ค่าย Camp Arifjan ในคูเวต ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า โดมป้องกันจานดาวเทียม (ray dome) ถูกทำลายเกือบทั้งหมด

    ระบบเรดาร์ถือเป็นทรัพยากรที่เสียหายแล้วยากต่อการทดแทนมากที่สุด เนื่องจากมีราคาสูงและมีจำนวนจำกัดในภูมิภาค

    ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ฐานทัพสหรัฐฯ ถึง 13 แห่งไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ จนกำลังพลต้องไปทำงานจากโรงแรมหรือสำนักงานชั่วคราว และในช่วงสองสัปดาห์แรกของสงคราม ความเสียหายจากการโจมตีของอิหร่านมีมูลค่าประมาณ 800 ล้านดอลลาร์ ตามการประเมินของ Center for Strategic and International Studies และการวิเคราะห์ของ BBC

    ขณะเดียวกัน ในการประชุมคณะกรรมาธิการด้านกองทัพของสภาผู้แทนราษฎร เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการทางทหารของ ประธานาธฺบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีค่าใช้จ่ายราว 25,000 ล้านดอลลาร์ แต่ยังไม่รวมค่าซ่อมแซมความเสียหายของฐานทัพ ขณะที่จากการประเมินภายในของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่รายงานโดยสำนักข่าว CBS News และสื่อต่างประเทศหลายแห่ง พบว่าต้นทุนที่แท้จริงของปฏิบัติการ Epic Fury มีมูลค่าสูงเกือบ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.7 ล้านล้านบาท)

    อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงยืนยันว่า สหรัฐฯ ได้ทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่านไปเกือบทั้งหมด แม้รายงานหลายฉบับจะชี้ว่าไม่เป็นเช่นนั้น

    ที่มา CNN

    https://www.facebook.com/share/18gyrWsJvu/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โดรน Molniya-2 ของรัสเซียสามารถหลบเลี่ยงระบบป้องกันโดรนของกองทัพยูเครนได้ (Forbes, สหรัฐอเมริกา)

    Forbes: กองทัพยูเครนรับมือกับโดรน Molniya-2 ของรัสเซียไม่ได้

    Forbes เขียนว่า โดรนราคาไม่แพงของรัสเซียที่มีการออกแบบที่เรียบง่ายและยุทธวิธีที่ยืดหยุ่น กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับระบบป้องกันโดรนของยูเครนอย่างไม่คาดคิด ประสิทธิภาพของมันเปลี่ยนกฎของเกมและแสดงให้เห็นว่าสงครามเทคโนโลยีมุ่งไปในทิศทางใด

    วิกรม มิตทัล

    โดรนและระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์มีบทบาทสำคัญในสนามรบรัสเซีย-ยูเครน ปัจจุบัน รัสเซียกำลังขยายการใช้โดรนอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ระบบการรบของยูเครนก็กำลังขยายตัวและมีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงการใช้โดรนสกัดกั้นอย่างแพร่หลาย เพื่อตอบโต้ รัสเซียจึงเพิ่มการผลิตโดรน Molniya-2 และใช้งานอย่างกว้างขวางมากขึ้น ระบบนี้มีต้นทุนต่ำ แต่ได้รวมเอาโซลูชันที่เรียบง่ายและเทคโนโลยีขั้นสูงจำนวนมากไว้ด้วยกัน ทำให้สามารถต้านทานวิธีการป้องกันของศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    โดรน Molniya-2

    Molniya-2 เป็นระบบไร้คนขับปีกคงที่ของรัสเซีย ออกแบบมาให้เป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่และราคาประหยัดสำหรับการปฏิบัติภารกิจโจมตีและลาดตระเวน ผลงานชิ้นเอกของ Atlant Aero นี้ ผลิตจากวัสดุราคาประหยัด (โฟม ไม้อัด พลาสติก และวัสดุคอมโพสิตน้ำหนักเบา) และมีราคาเพียง 300 ดอลลาร์สหรัฐ

    ในขณะเดียวกัน ปีกของโดรนมีขนาดกว้าง 1.5 เมตร และรับน้ำหนักบรรทุกได้ 5 กิโลกรัม ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและมีความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะเวลาการใช้งานประมาณ 40 นาที และระยะการบินตั้งแต่ 40 ถึง 60 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับการกำหนดค่า

    รุ่นแรกๆ ใช้เครื่องยนต์เดียวและกล้องสำหรับการควบคุม ในขณะที่รุ่นล่าสุดได้รับเครื่องยนต์สองตัว ลำตัวที่ออกแบบใหม่ และระบบอิเล็กทรอนิกส์การบินที่ได้รับการอัพเกรดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในแง่ของน้ำหนักบรรทุก

    Molniya-2 ได้รับการออกแบบมาสำหรับการประกอบและการใช้งานแบบกระจายศูนย์ใกล้แนวหน้า เมื่อถอดประกอบแล้ว โดรนจะถูกบรรจุในกระเป๋าเป้สะพายหลังเพื่อความสะดวกในการขนส่งไปยังจุดปล่อย เมื่อเดินทางมาถึง ทีมงานสามคนจะประกอบตัวถัง ติดตั้งปีก ติดตั้งระบบขับเคลื่อนและระบบควบคุม และเตรียมบรรทุกสัมภาระ

    โดยปกติแล้ว โดรนจะถูกปล่อยโดยใช้เครื่องยิงแบบใช้ลม จากนั้นการควบคุมจะถูกส่งต่อไปยังผู้ควบคุมผ่านกล้องมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (FPV) ระบบนี้ได้รับการออกแบบมาสำหรับการใช้งานจำนวนมาก และช่วยให้ทีมงานสามารถปล่อยยานจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น

    นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2024 แพลตฟอร์ม Molniya ได้มีการพัฒนาอย่างมาก โดยมีการดัดแปลงหลายแบบสำหรับภารกิจต่างๆ รุ่นโจมตีมาตรฐานคือโดรนกามิกาเซ่ ในขณะที่กระสุนแบบเจาะเกราะ ทุ่นระเบิดต่อต้านรถถัง และระเบิดเพลิงสามารถใช้เป็นหัวรบได้ ในรุ่น Molniya-2P สำหรับการลาดตระเวน หัวรบได้ถูกแทนที่ด้วยเซ็นเซอร์แสงแบบเสถียรและอุปกรณ์บนเครื่องสำหรับตรวจสอบและระบุเป้าหมาย การดัดแปลงอีกอย่างหนึ่งคือ "อากาศยานบรรทุกโดรน" สำหรับการส่งและปล่อยโดรนขนาดเล็กให้เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น เพิ่มระยะทำการที่มีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีการพบเห็นโดรนรูปแบบต่างๆ เหล่านี้ในสนามรบเป็นประจำ และการใช้งานก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

    Molniya-2 ต่อต้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์แบบไม่ใช้กำลัง

    ยูเครนได้สร้างระบบป้องกันโดรนหลายระดับที่ผสมผสานระบบแบบใช้กำลังที่ทำลายโดรนทางกายภาพ และระบบแบบไม่ใช้กำลังที่ทำให้โดรนใช้งานไม่ได้ทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตรการแบบไม่ใช้กำลังนั้นอาศัยสงครามอิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างมาก ซึ่งจะตัดการเชื่อมต่อระหว่างโดรนและผู้ควบคุม โดยปกติแล้ว โดรนจะถูกควบคุมในช่วงความถี่วิทยุที่กำหนด และสัญญาณจะอ่อนลงเมื่อระยะทางไกลขึ้น เพื่อรบกวนการสื่อสารอย่างถาวร ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์จะส่งสัญญาณที่ทรงพลังกว่าในช่วงความถี่เดียวกัน เพื่อกดสัญญาณควบคุมเดิม หากสำเร็จ โดรนจะหยุดรับคำสั่ง และการบินจะหยุดชะงักหรือเปลี่ยนเป็นโหมดอัตโนมัติที่ทนต่อความผิดพลาดได้

    ในบางรุ่นของ Molniya-2 มีการใช้สายเคเบิลใยแก้วนำแสงในการส่งสัญญาณควบคุม ซึ่งช่วยป้องกันการรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็มีราคาแพงกว่าและยังลดน้ำหนักบรรทุกด้วย ดังนั้น รัสเซียจึงใช้วิธีที่ง่ายกว่าในการต่อต้านระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของยูเครน แทนที่จะทำงานบนความถี่เดียว โดรน Molniya-2 ถูกปรับให้ทำงานบนหลายย่านความถี่ โดรนจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วทั้งสเปกตรัม และมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำงานในช่วงความถี่เฉพาะ ผู้ควบคุมชาวรัสเซียยังเลือกความถี่ที่ไม่ถูกรบกวนอย่างจริงจัง ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของยูเครนปล่อยสัญญาณที่ทรงพลังและสังเกตได้ง่าย ทำให้เข้าใจได้ง่ายว่าพวกเขากำลังกำหนดเป้าหมายไปที่ย่านความถี่ใด

    ด้วยเหตุนี้ การป้องกันของยูเครนจึงเผชิญกับปัญหาเรื่องขนาด ในการต่อต้านโดรนที่ทำงานบนหลายความถี่ ระบบรบกวนต้องครอบคลุมสเปกตรัมที่กว้างขึ้น และเนื่องจากกำลังการรบกวนกระจายไปในหลายช่วงความถี่ ระดับสัญญาณในแต่ละช่วงจึงลดลง ทำให้ระยะการใช้งานที่มีประสิทธิภาพลดลง การครอบคลุมอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงความถี่กว้างต้องใช้กำลังและการประสานงานที่มากกว่าอย่างมาก

    โดรน Molniya-2 ต่อต้านอุปกรณ์ป้องกันแบบจลน์

    ยูเครนยังใช้อุปกรณ์ป้องกันแบบจลน์หลายรูปแบบในแนวรบทางยุทธวิธี โดยผสมผสานระบบภาคพื้นดินเข้ากับคลังแสงโดรนสกัดกั้นที่กำลังเติบโต ระบบ Gepard และ Skynex ถูกใช้ต่อต้านโดรนบินต่ำ โดยได้รับการสนับสนุนจากระบบเคลื่อนที่ เช่น FIM-92 Stinger ปืนกลหนักให้การป้องกันในพื้นที่ ขณะที่ปืนไรเฟิลพร้อมกระสุนแตกกระจายและปืนลูกซองใช้ในระยะใกล้มาก

    อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ ยูเครนได้นำโดรนสกัดกั้นแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งมาใช้มากขึ้น รวมถึงการพัฒนา Wild Hornets ("Wild Hornets") ซึ่งไล่ล่าและทำลายโดรนข้าศึกกลางอากาศ

    Molniya-2 ทำงานแตกต่างจากควอดโรคอปเตอร์ขนาดเล็กแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่งและโดรนทิ้งระเบิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเป้าหมายของระบบป้องกันภาคพื้นดิน เนื่องจากเป็นระบบปีกคงที่ เครื่องบินรุ่นนี้จึงทำความเร็วได้ตั้งแต่ 90 ถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และปฏิบัติการในระดับความสูงต่ำเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ซึ่งลดประสิทธิภาพของอาวุธปืนขนาดเล็กและจำกัดขอบเขตการยิง ระยะทำการนี้ช่วยให้สามารถปล่อยตัวจากตำแหน่งที่ลึกกว่าได้ ในขณะที่ระบบนี้มักถูกใช้กับเป้าหมายที่ไม่สำคัญมากนักหรือกระจายตัวอยู่โดยไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ชัดเจน ในสภาวะเช่นนี้ โดรนสกัดกั้นจึงเป็นภัยคุกคามหลัก

    บล็อกเกอร์ด้านการทหารของรัสเซียรายหนึ่งรายงานว่า ผู้ควบคุมเครื่องบิน Molniya-2 ใช้กลยุทธ์ง่ายๆ หลายอย่างเพื่อลดประสิทธิภาพของโดรนสกัดกั้นของยูเครน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบินจะดำเนินการในเส้นทางอ้อมเพื่อหลีกเลี่ยงตำแหน่งป้องกันที่เปิดเผย นอกจากนี้ เส้นทางการบินเองก็เปลี่ยนแปลงไปเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูคำนวณวิถีการบินปกติได้ ระดับความสูงจะถูกปรับเปลี่ยนตลอดการบิน แต่โดยปกติจะอยู่ในระดับต่ำจนกระทั่งบินขึ้นตรงหน้าเป้าหมาย ในช่วงสุดท้ายของการบิน ผู้ควบคุมจะทำการบินแบบผิดปกติและไม่เป็นเส้นตรงเพื่อทำให้การสกัดกั้นทำได้ยากขึ้น นอกจากนี้ พวกเขายังหลีกเลี่ยงการบินเหนือป่าหรือพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น ซึ่งอาจถูกผู้สังเกตการณ์และพยานพบเห็นได้ การพรางตัวช่วยลดโอกาสในการถูกตรวจจับได้มากยิ่งขึ้น พื้นผิวด้านบนของโดรนจะมีสีตามภูมิประเทศ ในขณะที่ด้านล่างจะมีสีอ่อนเพื่อกลมกลืนกับท้องฟ้า ซึ่งจะลดการมองเห็นทั้งจากด้านบนและด้านล่าง ทำให้ศัตรูตรวจจับและติดตาม Lightning 2 ได้ยาก

    การดำเนินการของยูเครนต่อต้าน Molniya-2

    ยูเครนยังคงต้องปรับปรุงขีดความสามารถด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์และการป้องกันทางกายภาพเพื่อรับมือกับระบบเช่น Molniya-2 บล็อกเกอร์ด้านการทหารของยูเครนรายหนึ่งแนะนำว่าเคียฟควรนำขีดความสามารถที่คล้ายกับระบบ Shtora ของรัสเซียมาใช้ ซึ่งจะรบกวนการส่งสัญญาณวิดีโอจากโดรนและทำให้ผู้ควบคุมควบคุมได้ยากในช่วงสุดท้ายของการบิน ยูเครนกำลังพัฒนาระบบดังกล่าว แต่การนำไปใช้งานนั้นยากเพราะต้องเข้าถึงแนวสายตาของผู้ควบคุมและพลังงานที่เพียงพอในการสร้างการรบกวนในระยะไกล

    การป้องกันทางกายภาพก็จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มจำนวนโดรนสกัดกั้นในระดับยุทธวิธี พวกมันยังคงมีบทบาทสำคัญในการป้องกัน แต่การปรับปรุงประสิทธิภาพในการต่อต้าน Lightning-2 จะต้องมีการปรับเปลี่ยนยุทธวิธี เซ็นเซอร์ และรูปแบบการต่อสู้ ระบบภาคพื้นดินก็จะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับโดรนขนาดเล็กที่บินเร็วและสูงขึ้นได้ดีขึ้น

    ในการต่อสู้ระหว่างโดรนและระบบต่อต้าน ทั้งสองฝ่ายมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงขีดความสามารถเป็นหลัก โดยมักจะใช้เทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ โดรน Molniya-2 สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะเน้นที่เทคโนโลยี มันใช้การออกแบบราคาประหยัดผสมผสานกับยุทธวิธีที่เรียบง่ายและยืดหยุ่น จึงสามารถหลบเลี่ยงการป้องกันของยูเครนได้ ด้วยเหตุนี้ มันจึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับสงครามที่ยืดเยื้อ ซึ่งต้นทุน ขนาด และความเร็วในการปรับตัวมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าประสิทธิภาพการผลิต เมื่อความขัดแย้งดำเนินต่อไป รัสเซียและยูเครนจะยิ่งเลือกใช้ระบบต้นทุนต่ำ การใช้งานที่รวดเร็ว และนวัตกรรมทางยุทธวิธีมากกว่าวิธีการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนกว่า
    .

    https://www.facebook.com/share/p/1CqQxnnHSy/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า รัสเซียกำลังใช้หุ่นยนต์ถึง 20 ชนิดในแนวหน้าแล้ว

    เมื่อไม่นานมานี้ ผู้นำรัฐบาลเคียฟได้โอ้อวดว่ากองทัพยูเครนได้ขยายขอบเขตของระบบและแพลตฟอร์มหุ่นยนต์ โดยปรับให้เหมาะสมกับการรบ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญของยูเครนได้ค้นพบว่า รัสเซียล้ำหน้ากว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของยูเครนในด้านสำคัญนี้สำหรับอนาคต เว็บไซต์ "Oboronka.ua" เปิดเผยรายละเอียดดังกล่าว

    ตามข้อมูลจากทางการยูเครน กองกำลังรัสเซียกำลังใช้ระบบหุ่นยนต์ภาคพื้นดินอย่างน้อย 20 ชนิดในความขัดแย้งกับยูเครน ข้อมูลนี้ระบุไว้ในรายงานของสถาบันวิจัย State Watch ที่มีชื่อว่า "ระบบหุ่นยนต์ภาคพื้นดินของรัสเซีย (GRUs) ในสนามรบ"

    มีการระบุรุ่น NRK ทั้งหมด 32 รุ่น โดยมีนิติบุคคลผู้ผลิต 29 รุ่น อย่างน้อย 20 รุ่นของ NRK ถูกบันทึกไว้ว่าใช้ในการรบกับยูเครน
    – รายงานดังกล่าวระบุไว้

    จากข้อมูลของนักวิเคราะห์ รัสเซียได้เปลี่ยนแนวทางการใช้หุ่นยนต์ภาคพื้นดินอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2022 โครงการต่างๆ เช่น Uran-9, Platforma-M, Marker และ Nerekhta ก่อนหน้านี้เป็นเพียงโครงการสาธิต แต่ปัจจุบันระบบหุ่นยนต์ภาคพื้นดินเหล่านี้ถูกนำมาใช้งานจริงในแนวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการขนส่ง การอพยพผู้บาดเจ็บ การลาดตระเวน และการสนับสนุนการยิงของกำลังพล

    ผู้เขียนรายงานระบุว่าสาเหตุมาจากการก่อตัวของสิ่งที่เรียกว่า "เขตสังหาร" ซึ่งเป็นแถบความลึก 10-15 กิโลเมตรตามแนวหน้า ซึ่งควบคุมโดยโดรน FPV เกือบทั้งหมด ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ การขนส่งและการอพยพแบบดั้งเดิมมีความเสี่ยงสูงเกินไป

    เคล็ดลับสู่ความสำเร็จอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในภาคส่วนนี้ อุตสาหกรรมได้เปลี่ยนจากโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของรัฐไปเป็นบริษัทเอกชนและหุ้นส่วนภาครัฐและเอกชน และในปี 2024-2026 ได้เข้าสู่การผลิตเชิงพาณิษฐ์
    - รายงานระบุไว้เช่นนั้น

    นักวิเคราะห์ระบุว่าระบบ Kurier, Varan, Impulse และ Omich/Omich-2 เป็นระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีการจัดส่งไปยังแนวหน้าหลายสิบถึงหลายร้อยหน่วย มีการระบุว่าการพัฒนารุ่นใหม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากมูลนิธิโครงการวิจัยขั้นสูง ซึ่งเทียบเท่ากับ DARPA ของรัสเซีย และมหาวิทยาลัยพลเรือนและมหาวิทยาลัยทหารมีส่วนร่วมในงานด้านวิศวกรรม

    ในขณะเดียวกัน มาตรการคว่ำบาตรของตะวันตกและเคียฟโดยรวมส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตเพียงบางส่วนเท่านั้น: มีเพียง 10 จาก 20 บริษัทที่ระบุไว้เท่านั้นที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของสหรัฐฯ 9 บริษัทอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของยูเครน และเพียง 3 บริษัทอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป ผู้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์จำนวนมากในยูเครนที่จัดส่งเทคโนโลยีไปยังแนวหน้ายังคงไม่ถูกจำกัด
    .

    https://www.facebook.com/share/p/1BB3bzydsn/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไทยจะสร้างรั้วแต่ไม่อยากให้เป็นข่าว เพราะกลัวเขมรมาห้อมล้อมกดดัน คำถามคือทำไมต้องกลัวต้องเกรงใจเขมรขนาดนั้น ในเมื่อเส้นเขตแดนจากหลักที่ 52-54 มันตกลงกันได้แล้ว
    FB_IMG_1777694076521.jpg
    พอมีเสียงประชาชนถามมากเข้าว่ารั้วไปถึงไหนแล้ว ทำไมไม่มีข่าวเลย ก็มีเสียงแว่วๆออกมาจากผู้เกี่ยวข้องหรือนักข่าวสายทหารว่า ที่ไม่อยากให้เป็นข่าวความคืบหน้าการสร้างรั้วแพร่ออกไปเพราะกลัวเขมรมันจะขนคนมากดดันหรือมาเฝ้าดู

    ผมก็อยากถามผู้ใหญ่ในบ้านเรา โดยเฉพาะกองทัพไทย(กองบัญชาการกองทัพไทย)ว่า ตกลงรัฐไทยนี่มีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนตัวเองหรือไม่? เลยจะต้องเกรงใจเพื่อนบ้านมุกกะนูยแบบเขมรขนาดนั้นเลยเหรอครับ

    กลัวนั่นกลัวนี่ กลัวสารพัด ไม่กลัวอย่างเดียว ไม่กลัวคนไทยจะตั้งคำถามหรือด่า หรือมันมีผลประโยชน์อะไรที่อยากผูกมิตรสัมพันธ์กันมากขนาดนั้น

    เมื่อไม่อยากเป็นข่าว ผมก็จะเอามาเปิดเป็นข่าวเรื่อยๆแหละครับ ตอนนี้แนวการก่อสร้างรั้วกำลังดำเนินการสร้างต่อลงไปยังหลักที่ 54 (ซึ่งผมไม่สามารถระบุจุดได้แบบ 100%เลยลงคร่าวๆ)

    หลังจากเดือนสองเดือนที่ผ่านมามีข่าวการก่อสร้างรั้วชายแดนก็เริ่มมีรูปร่างมากขึ้นแต่ถ้ามองจากดาวเทียมงานอาจจะเป็นไปได้ช้า ไม่ทราบว่าติดปัญหาอะไรหรือไม่

    ไม่มีมวยล้มต้มคนดูอีกต่อไปแล้วครับ ปีนี้ไม่ใช่ 2554 ครับ ปีนี้ 2569 ประชาชนมีช่องทางในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตามชายแดน ถึงแม้จะไม่ยอมให้ประชาชนเข้าไปก็ตาม ปิดไม่ได้แล้วครับ

    สำหรับคนที่ไม่ทราบรั้วนี้อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของด่านบ้านแหลม จ.จันทบุรี ครับ

    หน้าที่การสร้างรั้ว ผู้รับผิดชอบคือกองทัพไทย (หรือที่เรียกกันติดปากว่ากองบัญชาการกองทัพไทย) ต่อไปให้ทุกท่านทราบโดยทั่วกันว่า ถ้าพูดถึงเรื่องสร้างรั้ว ต้องไปที่กองทัพไทยครับ

    https://www.facebook.com/share/1KzTV9P2eK/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,386
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาพแนวลวดหนามที่ทหารไทยวางตามตลิ่งคลองน้ำใสฝั่งไทย จะเห็นได้ว่าตรงลำคลองเดิมนั้นไม่มีน้ำแล้วเป็นเพียงผืนทรายเท่านั้น มันเกิดจากการเปลี่ยนทางน้ำของฝ่ายกัมพูชามุกกะนูยที่ทำขึ้น เพื่อต้องการเข้ายึดดินแดนของไทย

    นายทหารกัมพูชาคนนี้ได้พาสื่อของ กพช. เข้ามาดูพื้นที่ และมีคลิปช่วงหนึ่งที่มีการเจรจากับทหารไทย ไปก่อนหน้านี้(โดยนายทหารคนนี้พูดภาษาไทยได้ชัดมาก)
    FB_IMG_1777694132224.jpg FB_IMG_1777694134249.jpg FB_IMG_1777694136340.jpg FB_IMG_1777694138181.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1C4g3NYJNL/
     

แชร์หน้านี้

Loading...