199 บาท ทุกรายการ

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย tee_tores, 5 มิถุนายน 2026.

  1. tee_tores

    tee_tores กะยิราเจ กะยิราเถนัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    12,289
    ค่าพลัง:
    +53,083
    No4

    พระสมเด็จผงใบลาน พิมพ์คะแนน

    บางคนก็ว่าเป็นหลวงปู่นาควัดระฆัง/วัดประสาท 06

    ให้บูชาเป็นพระแท้ไม่ทราบเกจิครับ พระเก่าจริง

    IMG_9041.jpeg IMG_9040.jpeg IMG_8952.jpeg
     
  2. tee_tores

    tee_tores กะยิราเจ กะยิราเถนัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    12,289
    ค่าพลัง:
    +53,083
    No5

    พระปิดตา "ภควัมบดี" อุดมทรัพย์ อุดมโชค รุ่นบูชาครูบูรพาจารย์ เหนือโลก ปี ๒๕๔๙

    เวฬุวันธรรมวิหาร มวลสารผงว่าน+ว่านยา (กลิ่นหอมเย็นแบบผงยาฯ) ไม่ฝังตะกรุด สร้าง ๙๙๙๙ องค์ และตอกเบอร์ ๙๑๑๗ กล่องเดิมวัด

    IMG_8983.jpeg IMG_8984.jpeg IMG_8985.jpeg IMG_8986.jpeg IMG_8987.png
     
  3. tee_tores

    tee_tores กะยิราเจ กะยิราเถนัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    12,289
    ค่าพลัง:
    +53,083
    No6.

    พระปิดตามหาลาภหลวงพ่อทองพูล สิริกาโม วัดสามัคคีอุปถัมป์(วัดภูกระแต) จ.บึงกาฬ ปี 2537/เม็ดผงสมเด็จขวัญถุง

    ซองเดิมจากวัด 2 ชิ้น รับประกันแท้

    พระสายพระป่า น่าแขวนบูชามากๆครับ องค์นี้ สวย สมบูรณ์มากครับ พร้อมใบฝอยเดิมๆ



    พระครูสิริธรรมวัฒน์ (หลวงพ่อทองพูล สิริกาโม)

    ท่านเป็นพระกรรมฐานรุ่นแรก แห่งกองทัพธรรมสายท่านอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ โดยพระเถระรุ่นนี้ ได้แก่ พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ หลวงปู่คำตัน พระครูอุดมศีลวัฒน์ วัดป่าสถิตย์ธรรมมาราม พระครูปัญญาวรากร วัดป่าวิเวกพัฒนาราม โดยเฉพาะท่านอาจารย์ทองพูลกับท่านอาจารย์จวน ทั้ง 2 องค์ มีความสนิทสนมกันมาก



    นับ ตั้งแต่การอุปสมบท ท่านอาจาย์ทองพูล ได้ตั้งจิตแน่วแน่ในการปฏบัติธรรมตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และถึงขั้นที่เรียกได้ว่ามอบกายถวายชีวิต โดยการออกธุดงค์หาสถานที่วิเวกเพื่อเร่งความเพียร บำเพ็ญภาวนา เพียงพรรษาแรกท่านอาจารย์ได้ถือเนสัชชิธุดงค์ คือการไม่นอน ไม่ยอมให้หลังแตะกับพื้นตลอดพรรษาและอดอาหารควบคู่กันไป ท่านอาจารย์ทองพูลยังป่วยอาพาธเป็นไข้มาเลเรียนอย่างหนัก แต่ท่านอาศัยธรรมโอสถขันติธรรมเพ่งเวทนาที่เกิดขึ้นจนไข้มาเลเรียหายไปเอง



    จนท่านพระอาจารย์ทองพูล สิริกาโม จึงกล่าวว่า…

    “นี้เองหนอ ที่ครูบาอาจารย์กล่าวไว้ว่า เป็นธรรมโอสถขนานเอกของโลก”

    IMG_9003.jpeg IMG_9001.jpeg IMG_9002.jpeg
     
  4. tee_tores

    tee_tores กะยิราเจ กะยิราเถนัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    12,289
    ค่าพลัง:
    +53,083
    No7


    พระผงหลวงปู่ศรีจันทร์ วัดเลยหลง หลวงปู่หมุนปลุกเสก พิธีล้างอาถรรพ์ พ.ศ. 2540 เนื้อดำฝังตะกรุด

    พระผงหลวงปู่ศรีจันทร์ วัดเลยหลง หลวงปู่หมุนปลุกเสก พิธีล้างอาถรรพ์ พ.ศ. 2540

    ปลุกเสกโดย

    1. ล.ป.ทองดำ ฐิตวัณโณ อายุ 107 ปี วัดท่าทอง อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์

    2. ล.ป.หมุน ฐิตสีโล อายุ 106 ปี วัดบ้านจาน ต.จาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ

    3. ล.ป.เหมือน ฐานุตตโม อายุ 104 ปี วัดบ้านคลองทรายใต้ ต.หนองตะเคียนขอน

    อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

    4. ล.ป.กอง จันทวังโส อายุ 103 ปี วัดสระมณฑล อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา

    5. ล.ป.ละมัย ฐิตมโน อายุ 114 ปี สวนป่าสมุนไพร อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์

    6. ครูบาอิน อินโท พระครูวรวุฒิธิคุณ อายุ 100 ปี วัดทุ่งปุย กิ่ง อ.ดอยหล่อ จ. เชียงใหม่

    7. ล.ป. คำพันธ์ โฆสปัญโญ อายุ 80 ปี วัดธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม

    8. ล.ป. โถม กลปุญโญ อายุ 80 ปี วัดธรรมปัญญาราม อ.เมือง เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย

    9. ล.ป. หลวง กตปุญโญ อายุ 85 ปี วัดป่าสำราญนิวาส อ.เกาะคา จ.ลำปาง

    10. ครูบาอินตา (พระครูถาวรชัยวุฒิ) อายุ 97 ปี วัดห้วยไซใต้ ต.ห้วยยาม อ.บ้านพี้จ.ลำพูน

    11. พระครูพิศาลธรรมนิเทศน์ (รองเจ้าคณะอำเภอ) วัดมหาวัน อ.เมือง จ.ลำพูน อายุ65 ปี

    12. พระครูปัญญาธรรมวัฒน์ ครูบาอินทร อายุ 50 ปี วัดสันป่ายางหลวง อ.เมืองจ.ลำพูน

    13. ครูบาดวงจันทร์ จันทโร อายุ 89 ปี วัดป่าเส้า ต.อุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน

    14. พระครูถาวรศิลคุณ ครูบาอินตา อยุ 94 ปี วัดวังทอง ต.เหมืองง่า อ.เมือง จ.ลำพูน

    15. ครูบาสุข อายุ 79 ปี วัดป่าซางน้อย อ.ป่าซาง จ.ลำพูน

    16. ครูบาจ๋อน จันทรสิ อายุ 87 ปี วัดป่าตาล อ.ป่าซาง จ.ลำพูน

    17. ครูบาศรีนวล นนทกุล อายุ 93 ปี วัดช้างค้ำ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน

    18. พระครูอภิรักษ์ วัดป่าสามขา ต.ออนกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ อายุ 80 ปี

    19. ครูบาคำตั๋น อายุ 94 ปี วัดสันทรายหลวง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่

    20. พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป อายุ 68 ปี วัดอรัญญวิเวก ต.อินทนิล อ.แม่แตงจ.เชียงใหม่

    21. ครูบาอิ่นคำ พระครูสันติยานุศาสตร์ อายุ 92 ปี วัดท้าวแท่นหลวง อ.สันทรายจ.เชียงใหม่

    22. ครูบาหล้า วัดป่าลาย อายุ 92 ปี ต.สันทรายหลวง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่

    23. ครูบาจั่นต๊ะรังษี วัดกู่เต้า อ.เมือง จ.เชียงใหม่ อายุ 45 ปี

    24. ครูบาอิ่นคำ อายุ 83 ปี วัดมหาวัน ต.ท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

    25. ครูบาบุญปั๋น ธมปญโญ อายุ 94 ปี วัดร้องขุ้ม ต.บ้านแพ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่

    26. ครูบาคำ อายุ 65 ปี วัดธรรมชัย ต.บ้านแพ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่

    27. ครูบาดวงดี อายุ 95 ปี วัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่

    28. ครูบาผัด อายุ 76 ปี วัดศรีดอนมูล อ.สารภี จ.เชียงใหม่

    29. ครูบาน้อย อายุ 51 ปี วัดศรีดอนมูล อ.สารภี จ.เชียงใหม่

    30. ล.ป.เหลือ อายุ 92 ปี วัดท่าไม้หนือ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์

    31. ล.พ. จ้อย จันทสุวัณโณ อายุ 88 ปี วัดศรีอุทุมพร ต.หนองกลัด อ.เมืองจ.นครสวรรค์

    32. ล.ป.อุย พระครูนิพาทธรรมวัฒน์ อายุ 84 ปี วัดช่องคีรีศรีสิทธิวราราม อ.เมืองจ.นครสวรรค์

    33. ล.ป. ท้าว อายุ 86 ปี สำนักวชิรกัลยาณ์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์

    34. ล.ป. สมควร วิชชาวิสาโล อายุ 85 ปี วัดถือน้ำ อ.เมือง จ.นครสวรรค์

    35. ล.พ. อ้วน จรณะวุฆิโฒ (พระครูนิมิตวิสุทธิคุณ) อายุ 57 ปี วัดหนองกระโดนอ.เมือง จ.นครสวรรค์

    36. ล.พ. บุญนำ ชิตมาโร (พระครูนิเทศธรรมวิศิษฐ์) อายุ 73 ปี วัดนครสวรรค์ อ.เมืองจ.นครสวรรค์

    37. ล.ป. ต่อ (พระครูนิทัศนพลธรรม) อายุ 82 ปี วัดเขาแก้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์

    38. ล.พ. สะอาด (พระครูนิวิทฐมณีวงศ์) อายุ 58 ปี วัดเขาแก้ว อ.พยุหะคีรีจ.นครสวรรค์

    39. ล.พ. ประเทือง อินทวโร (พระครูนิวาสธรรมโกวิท) อายุ 63 ปี วัดหนองโพต.ตาคลี อ.เมือง จ.นครสวรรค์

    40. ล.พ. เศียร สุธัมโม (พระครูนิยุตต์ธรรมกิจ) อายุ 69 ปี วัดอินทราราม อ.พยุหคีรีจ.นครสวรรค์

    41. พระราชพุทธิมงคล อายุ 80 ปี วัดโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

    42. ล.ป. บ๊ก (สุวรรณ กัลยาณี) อายุ 92 ปี วัดหนองพะยอม ต.หลุมข้าวอ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี

    43. ล.ป. นะ ฐิตปัญโญ (พระครูปทุมชัยกิจ) อายุ 85 ปี วัดปทุวนาราม (หนองบัว) อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท

    44. ล.ป. มหาโพธิ์ ญาณสังวโร อายุ 82 ปี วัดคลองมอญ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท

    45. ล.ป. สำราญ อายุ 89 ปี วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท

    46. ล.ป. ตี๋ ญาณโสภโณ อายุ 89 ปี (พระครูอุทัยธรรมกิจ) อ.เมือง จ.อุทัยธานี

    47. พระเทพรัตนดิลก (ธ.) อายุ 73 ปี รองเจ้าคณะภาค 4 วัดเพชรวราราม อ.เมืองจ.เพชรบูรณ์

    48. พระราชพัชรารณ์ (ม.) อายุ 64 ปี วัดมหาธาตุ เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์

    49. ล.พ.ปิ่น (พระครูพัชรธรรมโสภณ) อายุ 70 ปี วัดหนองไขว่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

    50. ล.พ. เวิน กัลยาณธัมโม (พระครูเวฬคณารักษ์) อายุ 74 ปี เจ้าคณะอำเภอหนองไผ่จ.เพชรบูรณ์

    51. ล.พ. อาคม อินทสโร (พระครูอนุรักษ์วารีพิสัย) อายุ 78 ปี วัดดาวนิมิตรอ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์

    52. ล.พ. ศรีนวล สิริมังคโล (พระครูสิริพัชรกุล) อายุ 72 ปี วัดสว่างสามัคคี ต.สระกรวด เจ้าคณะอ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์

    53. ล.พ. เปรื่อง ฐานังกะโร (พระครูโสภณคณาพิทักษ์) อายุ 70 ปี วัดสันติวัฒนาอ.หล่มก่า จ.เพชรบูรณ์

    54. ล.ป. ทอง จันทรศิริ (พระครูสุวรรณวัยวุฒิ) อายุ 98 ปี วัดสามปลื้ม จ.กรุงเทพฯ

    55. ล.พ. จืด นิมมโล อายุ 63 ปี สำนักโพธิเศรษฐี ม. 6 ต.บ่อพลับ อ.เมือง จ.นครปฐม

    56. ล.พ. สมพงษ์ ธีระธัมโม (พระครูปราการลักษาภิบาล) อายุ 66 ปี วัดใหม่ปิ่นเกลียว อ.เมือง จ.นครปฐม

    57. ล.พ. รอด สิทธิกาโร (พระครูวิมลสิทธิการ) อายุ 74 ปี วัดวังน้ำเขียว ต.หญ้าแพรกอ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

    58. เจ้าคุณไวย์ อายุ 90 ปี วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา

    59. ล.ป.ทิม อัตตสันโต (พระครูสังวรสมณกิจ) อายุ 88 ปี วัดพระขาว ต.พระขาวอ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา

    60. ล.พ. รวย ปาสาทิโก (พระครูสุนทรธรรมนิวิฐ) อายุ 81 ปี ต.ดอนหญ้านาง อ.กาชีจ.พระนครศรีอยุธยา

    61. พระครูสังฆรักษ์ เฉลิม อายุ 76 ปี วัดพระญาติ ต.ไผ่ลิง อ.- จ.พระนครศรีอยุธยา

    62. ล.พ. เอียด อินทวังโส (พระครูสุนทรยติกิจ) อายุ 73 ปี วัดไผ่ล้อม รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


    IMG_9106.png IMG_9107.png IMG_9108.png
     
  5. tee_tores

    tee_tores กะยิราเจ กะยิราเถนัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    12,289
    ค่าพลัง:
    +53,083
    No8

    ล็อกเก็ตหลวงพ่อพรหม วัดช่องแคปี 2556

    ที่ระลึกในการแจกทุนการศึกษามูลนิธิหลวงพ่อพรหม ถาวโร วัดช่องแค ด้านหลังติดผ้าขาวม้าเสกหลวงพ่อ(แท้ทันท่านปลุกเสก)

    เป็นล็อกเก็ต ที่ไม่ทันท่าน แต่ได้ผ้าขาวม้าเสกแท้ๆ ที่หายาก แถมล็อคเก็ตรุ่นนี้สร้างน้อย เพราะเจตนาการสร้างดี แทบไม่เจอในสนามพระ

    IMG_9109.png IMG_9110.png IMG_9111.png
     
  6. tee_tores

    tee_tores กะยิราเจ กะยิราเถนัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    12,289
    ค่าพลัง:
    +53,083
    No9

    พระผงน้ำมันซุ้มระฆังหลวงพ่อเกษม เขมโก ค่ายประตูผา ปี 2517

    พระผงว่าน 108 เกศาหลวงพ่อเกษม ทรงระฆัง จัดสร้างโดย ครูบาโชติ นำผงที่เหลือ จากการสร้าง พระผงมงคลเกษม2 ปี 2517 มาสร้างผสมว่านและเส้นเกศาหลวงพ่อ แล้วขอเมตตาจากหลวงพ่อเกษมอธิฐานจิตให้ แล้วมอบให้หลวงพ่อเกษมไว้แจกแก่ลูกศิษย์ลูกหาจำนวนหนึ่ง และนำมาแจกให้กับลูกศิษย์ลูกหาที่ช่วยกันจัดทำจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนไม่มากนัก แค่หลักร้อย รวมทั้งหมดแล้วก็ไม่น่าจะเกิน #200องค์ ซึ่งเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่หลวงพ่อเกษมอธิฐานจิตให้นานข้ามปี พระดี จัดสร้างน้อย หายาก ใครไม่มีพระผงมงคลเกษมใช้ แนะนำเอารุ่นนี้ใช้ครับ มีเกศาในพิม ราคาจับต้องได้
    รุ่นนี้ส่วนใหญ่จะแจกทหาร (รุ่นประสบการณ์หน่วยจู่โจมค่ายประตูผา) มีอยู่ในประวัติพระเครื่องหลวงพ่อยุคต้นแต่นำออกมาใส่กล่องในปี2523

    IMG_9112.png IMG_9113.png
     
  7. tee_tores

    tee_tores กะยิราเจ กะยิราเถนัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    12,289
    ค่าพลัง:
    +53,083
    No10

    พระพุทธกวัก เนื้อว่าน วัดศรีอารย์ ราชบุรี ปี 2504 กล่องเดิมหายาก

    หลวงพ่อขันธ์ ท่านเป็นผู้มีใจใฝ่ในการศึกษาเล่าเรียน ท่านแตกฉานด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน จิตศาสตร์ โดยได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของ หลวงพ่อรอด วัดหลวง, หลวงพ่อแหยม วัดบ้านเลือก และหลวงพ่ออินทร์ วัดโบสถ์ จึงมีความสามารถทางวิปัสสนาและพุทธาคมอย่างยิ่งยวด สามารถล่วงรู้จิตใจคนที่พบและสนทนาด้วย ชาวบ้านมีทุกข์ร้อนเมื่อไปหาท่าน ก็สามารถคลี่คลายแก้ไขให้ด้วยความหยั่งรู้ด้วยภูมิธรรมอันสูงส่ง มงคลวัตถุที่ท่านสร้างไม่ว่าจะเหรียญหรือตะกรุด ล้วนแต่มีความขลังและประสบการณ์มากมาย หลวงพ่อขันธ์ กนฺตธโร จึงเป็นที่เคารพศรัทธาและเลื่อมใสในศีลาจารวัตรและปฏิปทา ทั้งจากภิกษุสงฆ์และประชาชนชาวบ้านทั่วไป ด้วยเมตตาบารมีที่สูงส่ง ท่านได้จัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อให้ประชาชนได้ นำไปบูชาสักการะเป็นสิริมงคลแก่ตน นอกจากนั้นได้แจกให้ทหารที่ไปปฏิบัติราชการ ณ สมรภูมิเวียดนาม อันได้แก่ กองพลเสือดำ (ในสมัยนั้น) ทหารที่ได้รับแจกวัตถุมงคลของหลวงพ่อไปล้วนปลอดภัย แคล้วคลาดภยันตรายจากศัตรูทั้งสิ้น

    วัตถุมงคลที่ท่านสร้างเมื่อ พ.ศ.2504 ต่อมาได้รับฉายาว่า พระเครื่อง พระยอดขุนพล แห่งลุ่มน้ำแม่กลอง นับเป็นมงคลวัตถุที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เนื่องจากมีประสบการณ์การใช้มากมาย โดยเฉพาะในทางโชคลาภและคงกระพันชาตรี วัตถุมงคลที่เรียกว่า พระยอดขุนพล นี้ ท่านใช้มวลสารธรรมชาติ ได้แก่ แร่และว่าน โดยแร่นั้นได้มาจากแร่เขาเขียว กากพญายักษ์ จากกรุหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปัตตานี ดินกรุจากกรุต่างๆ ทั่วประเทศ ส่วนว่าน 108 มาจากประเทศมาเลเซีย เนื่องจากชาวมาเลเซียเป็นผู้เคารพเลื่อมใสในหลวงพ่อขันธ์ นำมามอบให้ อาทิ พญาหัวเดียว ข้าวสารดำ ขมิ้นดำ พญางิ้วดำ และเกสรดอกสาละ เป็นต้น พระเครื่องชุดนี้มี 5 พิมพ์ ด้วยกันคือ พระยอดขุนพล พิมพ์ใหญ่, พระยอดขุนพล พิมพ์กลาง, พระยอดขุนพล พิมพ์เล็ก, พระพุทธกวัก พิมพ์โค้ง, พระพุทธกวัก พิมพ์หน้าจั่ว หรือที่บางคนเรียกว่า พิมพ์ 5 เหลี่ยม

    นอกจากพระเครื่อง ยอดขุนพล แล้ว หลวงพ่อขันธ์ ยังได้จัดสร้าง พระพุทธรูปพระศรีอาริย์ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้วด้วย
    วัตถุมงคลของ หลวงพ่อขันธ์ เป็นที่ยอมรับในหมู่ของประชาชน และผู้นิยมสะสมพระเครื่องตลอดมา ในทางพุทธคุณ เมตตามหานิยม แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี

    มนต์ เมืองเหนือ อดีตนักร้องดัง แขวน พระยอดขุนพล วัดพระศรีอารย์ เพียงองค์เดียวแท้ๆ รอดพ้นจากอุบัติเหตุขณะขับรถยนต์บนถนนสายเอเชีย ก่อนถึงวัดอัมพวัน สิงห์บุรี เพียงเล็กน้อย ด้วยความเร็วสุดๆ รถยนต์พลิกคว่ำข้ามเกาะกลางถนน แหลกละเอียด บริษัทประกันจ่ายให้แค่เศษเหล็ก ปรากฏว่าในตัวไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยอะไรแม้แต่น้อย นับเป็นปาฏิหาริย์ที่เหลือเชื่อ แบบไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ใครๆ ที่เห็นสภาพรถแล้วทุกคนบอกคำเดียวกันว่า รอดยาก แต่ก็รอดมาแล้ว ด้วยอานุภาพแห่ง พระยอดขุนพล หลวงพ่อขันธ์ วัดพระศรีอารย์ ของดีที่มีประสบการณ์เป็นร้อยๆ ราย

    นางสนม ศรีวิไล ข้าราชการสำนักอัยการสูงสุด บ้านอยู่อำเภอเมือง จ.ราชบุรี เป็นอีกรายหนึ่งที่มีความศรัทธาเลื่อมใส หลวงพ่อขันธ์ เป็นอย่างมาก เพราะได้รับประสบการณ์จากการแขวนพระยอดขุนพล ของหลวงพ่อขันธ์ เธอเล่าประสบการณ์อันน่าระทึกใจให้ฟังว่า เมื่อปี พ.ศ.2540 เธอไปทำหน้าที่เป็นโฆษกในร้านอัยการ งานกาชาด ที่สวนอัมพร จนถึงวันที่ 28 มีนาคม 2540 หลังจากทำหน้าที่เสร็จจากงานเวลาประมาณ 4 ทุ่ม เธอได้นั่งรถแท็กซี่เตรียมกลับบ้านพักในกรุงเทพฯ ขณะรถจอดติดไฟแดงอยู่สี่แยกวิสุทธิกษัตริย์ เธอนั่งอยู่เบาะหลังเพียงคนเดียว เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนเธอหมดสติไป ทราบภายหลังว่ารถบรรทุกของทหารวิ่งมา ด้วยความเร็ว เบรกไม่อยู่ชนท้ายแท็กซี่ด้านที่เธอนั่งมาแหลกละเอียด ร่างของเธอถูกอัดแน่นอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่มูลนิธิงัดเอาร่างเธอออกส่งไปโรงพยาบาลวชิระ ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด หมอตรวจสภาพแล้วลงความเห็นว่าสิ้นชีวิต เตรียมส่งเข้าห้องดับจิต ในระหว่างนั้นเธอเล่าว่าไม่รู้ว่ารถชนด้วยซ้ำไป แต่เหมือนนอนหลับและฝันไปว่าตัวเธอนอนอยู่ในโลงศพ ขณะมีคนแบกโลงศพของเธอเดินไปมีพระภิกษุสงฆ์องค์หนึ่งมาบอกว่า คนนี้อย่าเพิ่งเอาไปขอบิณฑบาตไว้ก่อน พอรุ่งเช้า ร่างของเธอที่เตรียมเข้าห้องดับจิตนั้น มีหมอเวรใหม่เข้ามาดูก่อนให้เจ้าหน้าที่พาไป ก็พบว่าเธอยังไม่เสียชีวิต จึงนำเข้าห้อง ไอ.ซี.ยู จนบรรดาญาติจากราชบุรีมาถึง จึงขอย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลเมืองราชบุรี หมอที่ราชบุรีบอกว่า ไม่ตายก็คงพิการ เพราะกระดูกคอแตก เบ้าตาแตกคงต้องตาบอด เธอนอนรักษาตัวอยู่นานถึง 8 เดือน อาการดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงวันนี้ร่างกายเธอหายเป็นปกติดีทุกอย่าง เธอเล่าว่า ในคอเธอแขวน พระยอดขุนพล ของ หลวงพ่อขันธ์ วัดพระศรีอารย์ เพียงองค์เดียวเท่านั้น

    ข้อมูลครับ

    เครดิตจาก

    http://skeereewichien.blogspot.com/2011/04/blog-post_24.html

    ค่ำคื่นหนึ่งหลวงพ่อขันธ์ ท่านได้นิมิตเห็นหลวงปู่ดำ เทพารักษ์ผู้ปกปักรักษา วัดพระศรีอารย์ ในภาพของชีปะขาวขึ้นจากสระน้ำเก่าศักดิ์สิทธิ์ มาหาหลวงพ่อขันธ์ พร้อมกับกล่าวว่า ท่านขันธ์ ท่านอย่าลาสิกขา อยู่ช่วยสร้างวัดสร้างพระก่อน ก่อนอื่นผู้เขียนขอเท้าความย้อนหลัง ในสมัยนั้น ถ้าหลวงพ่อขันธ์ท่านจะลาสิกขา จะต้องไปลาสิกขาที่วัดอื่น เพราะวัดพระศรีอารย์ในขณะนั้นมีพระภิกษุไม่ถึง 5 รูป ที่จะประกอบพิธีกรรมทางสงฆ์
    หลังจากที่ท่านตัดสินใจว่าจะไม่ลาสิกขา ท่านก็เริ่มสนใจในวิปัสสนากรรมฐาน และคาถาอาคมอย่างจริงจัง อาจารย์ที่ท่านได้ไปศึกษาได้แก่ หลวงพ่อรอด เจ้าอาวาสวัดหลวง ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี หลวงพ่อแหยม วัดบ้านเลือก และหลวงพ่ออินทร์ วัดโบสถ์ ระหว่างที่ท่านศึกษาวิปัสสนากรรมฐานและคันถธุระตลอดจนวิชาอาคม ท่านก็ได้สะสมว่านต่าง ๆ ตลอดจนมวลสารอันเป็นคุณวิเศษ ตลอดจนผงพุทธคุณของวัดต่างๆ ซึ่งรายละเอียดผู้เขียนจะกล่าวถึงในตอนท้ายในส่วนของการสร้างพระ
    หลวงพ่อขันธ์ ท่านเป็นพระที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยวไม่เกรงกลัวใคร ดังนั้นการเจริญวิปัสสนากรรมฐานของท่านจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว ท่านเป็นพระที่มีจิตเมตตาต่อบุคคลทั่วไปอย่างเสมอภาค โดยไม่คำนึงถึงฐานะของบุคคลนั้น จะร่ำรวย หรือยากจน หรือมียศฐาบรรดาศักดิ์สูงส่งเพียงใด ท่านก็ให้การตอนรับอย่างเท่าเทียมกัน สมัยผู้เขียนเป็นเด็กวัยรุ่น อายุประมาณ 13 ปี (พ.ศ.2511) ผู้เขียนได้ไปขอพระยอดขุนพลจากท่าน ท่านก็เมตตาให้ เป็นพระยอดขุนพลพิมพ์กลาง ท่านกำชับว่า " ให้เก็บรักษาพระให้ดีพระของข้า ข้าปลุกเสกจนเป็นพระจริงๆ ตกอยู่ใต้ถุนบ้านใครบ้านนั้นอยู่ไม่เป็นสุขแน่ " และท่านยังกล่าวเสริมอีกว่า "แขวนพระของข้าไม่มีตายโหง"
    บทความนี้จะกล่าวถึง พระยอดขุนพล ของหลวงพ่อขันธ์ ก่อนอื่นขอกล่าวถึงมวลสารต่างๆที่ใช้ในการสร้างพระครั้งนี้ (จากการบอกเล่าของคุณวิเชียร ภู่ระหงษ์ อายุ 63 ปี โทร 081-7577320เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2553)
    1. ว่าน 1000 กว่าชนิดจากประเทศมาเลเซีย ว่านและมวลสารและดินและผงของวัดช้างให้(มวลสารที่เหลือจากการสร้างพระหลวงพ่อทวดวัดช้างให้ รุ่นแรก ปี พ.ศ.2497)
    2. ผงและเศษพระวัดสามปลื้มและวัดระฆัง
    3. มวลสารพุทธคุณของพระเกจิอาจารย์ทางใต้ โดยคุณณรงค์ ชาวอำเภอรอนพิบูล จังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าของเหมืองแร่ทางภาคใต้เป็นผู้นำมาถวาย
    4. ผงพุทธคุณของหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ข้อเท็จจริงมีว่า หลวงพ่อขันธ์ได้ไปหาหลวงพ่อบุญธรรม ที่วัดพระปฐมเจดีย์ และได้แจ้งวัตถุประสงค์ในการสร้างพระ และได้ขอผงพุทธคุณจากท่านเพื่อไปสร้างพระ อันเป็นการสืบทอดพระศาสนาโดยจะไม่จำหน่ายพระเด็ดขาด แต่หลวงพ่อบุญธรรมก็นิ่งเฉยไม่พูดอะไร จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง หลวงพ่อขันธ์ก็ขอลากลับโดยเข้าใจว่าหลวงพ่อบุญธรรมไม่อนุญาติให้ผงตามที่ต้องการ เวลาผ่านมาหลายเดือนจนหลวงพ่อขันธ์ลืมเหตุการณ์นี้แล้ว ก็มีชาวพระปฐมเจดีย์มาหาหลวงพ่อขันธ์ที่วัดพระศรีอารย์พร้อมกับกล่าวว่า หลวงพ่อบุญธรรมวานให้เอาพระบูชาซึ่งเป็นพระพุทธรูป(ปางพระศรีอารย์)ให้มาถวายหลวงพ่อขันธ์ ท่านก็รับใว้และแปลกใจว่าเราขอผงพุทธคุณกลับได้พระพุทธรูปแทน หลวงพ่อขันธ์ท่านก็นั่งพิจารณาพระพุทธรูปเสียนานก็สังเกตเห็นใต้ฐานของพระพุทธรูปองค์นั้นมีรอยบรรจุผงพุทธคุณ ท่านจึงใช้ไขควงงัดออกดูก็ปรากฏเห็นผงพุทธคุณเต็มฐานพระบูชา(คุณคมน์ ภู่สุนทรศรี โทร.๐๘๕-๔๘๕-๘๗๘๘) นอกจากผงพุทธคุณที่กล่าวมาแล้ว ยังมีมวลสารพุทธคุณที่เจ้าอาวาสรูปก่อนหลายรูปได้สะสมไว้เพื่อจะสร้างพระ แต่ไม่ทันได้สร้างอันเนื่องมาจากท่านมรณภาพก่อนหรือไม่ก็ลาสึกขาไปก่อน มวรสารที่กล่าวถึงนี้นอกจากเป็นผงพุทธคุณขอเกจิอาจารย์ใอดีตแล้ว ยังมีมวลสารพุทธคุณเก่าแก่ของวัดเป็นจำนวนมากที่ตกทอดมาถึงมือท่าน
    เมื่อรวบรวมผงได้ตามที่ต้องการแล้วหลวงพ่อขันธ์ก็เริ่มลงมือสร้างพระยอดขุนพล โดยสร้างพระเป็นสองวาระ คือ
    วาระแรก เมื่อประมาณปี พ.ศ.2504 สร้างพระประมาณ สี่หมื่น องค์(โดยบรรจุพระลงในโองมังกรขนาดบรรจุ 200 ลิตร หลายใบ)แม้ท่านจะสร้างจำนวนมาก ท่านก็แจกใกล้จะหมดเหลือไม่กี่องค์
    วาระที่สอง สร้างพระประมาณปี พ.ศ.2523-2524 สาเหตุการสร้างพระครั้งที่สอง เนี่องจากพระสร้างครั้งแรกหมดเหลีอไม่กี่องค์ แต่ประชาชนมีความศรัทธาท่านจึงสร้างขึ้นอีกครั้งหนึ่งโดยนำมวลสารที่เหลือจากการสร้างพระในวาระแรกมาสร้างพระใหม่(มวลสารเหลือน้อยมากในขณะนั้นสร้างได้ประมาณไม่เกินสองหมื่นองศ์) หลวงพ่อขันธ์ท่านกล่าวกับศิษย์ใกล้ชิดทีเล่นทีจริงว่า"จะสร้างให้ได้ หนึ่งล้านองค์เพื่อนำเงินรายได้มาสร้า งพระอุโบสถทองคำร้อยล้าน" ระหว่างที่กดพิมพ์พระได้จำนวนหนึ่งประมาณหมื่นกว่าองศ์มวลสารก็ใกล้จะหมดก็หยุดกดพิมพ์สร้างพระระยะหนึ่ง จนกระทั่งหลวงพ่อขันธ์ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2534 ขณะนั้นมวลสารเหลือน้อยมาก ต่อมาหลวงพ่อสง่า เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันก็กดพิมพ์สร้างพระต่อจนมวลสารหมดได้จำนวนมากตามที่ต้องการในปีพ.ศ.2543จึงได้จัดพิธีพุทธาภิเษกในพระอุโบสถ์ที่วัดพระศรีอารย์ โดยนิมนต์พระเกจิอาจารย์หลายท่านร่วมปลุกเสก ได้แก่ พลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม หลวงพ่อพูน วัดไผ่ล้อม และหลวงพ่ออุทัย วัดมฤคทายวัน(วัดเกาะตาพุด) อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
    พระยอดขุนพลที่หลวงพ่อขันธ์สร้างขึ้นมาในวาระสองนี้ หลวงพ่อได้ปลุกเสกพระในพระอุโบสถจนท่านมั่นใจในพระพูทธคุณ ท่านก็ได้แจกสมนาคุณประชาชนที่มาร่วมบริจาคทรัพย์สร้างพระอุโบสถทองคำ เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ผู้เขียนก็ได้รับแจกพระยอดขุนพลพิมพ์จิ๋ว(คะแนน)จากท่านที่วัด ผู้เขียนอยากได้พระยอดขุนพลพิมพ์ใหญ่ หลวงพ่อท่านบอกว่าหมดแล้ว
    พระยอดขุนพลของหลวงพ่อขันธ์ เป็นรูปพระพุทธประทับนั่งบนฐานอาสนบัลลังก์บัวคว่ำบัวหงาย ปางมารวิชัยยกเว้นพิมพ์พุทธกวัก พระพักตร์เป็นศิลปะแบบอินเดียด้านหลังเรียบ เป็นพระเครื่องที่มีศิลปะสวยงามมากพิมพ์หนึ่งและเป็นพระที่มีพุทธคุณสูงมาก ดังนั้นจึงเป็นพระที่มีประสบการณ์สูง ไม่ว่าจะด้านอุบัติเหตุรถยนต์ หรือป้องกันอาวุธปืนหรือมีด นอกจากนี้ด้านเมตตามหานิยม โชคลาภและทางค้าขายก็ดีเป็นเลิศ จึงเป็นพระเครื่องที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในขณะนั้น(ประมาณปี พ.ศ.2508-2515) เป็นพระเครื่องที่ชาวจังหวัดนครปฐมกล่าวขานถึงมากที่สุดมากกว่าพระเครื่องของหลวงพ่่อน้อย วัดธรรมศาลาและหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอมในขณะนั้น ส่วนราคาพระยอดขุนพลในขณะนั้นราคาองค์ละ 200 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงมากในขณะนั้น(เหรียญหล่อรุ่นแรกของหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก ราคาประมาณ 600-700 บาท เหรียญหล่อคอน้ำเต้ารุ่นแรกหลวงพ่อน้อยราคาประมาณ 80-100 บาท)
    จากประสบการณ์ของผู้เขียนสมัยที่ยังเป็นเด็กวัยรุ่นอายุประมาณ15-16 ปี ได้เห็นช่างซ่อมรองเท้าชื่อเล่นว่า มัน ช่างมันเมื่อเลิกงานตอนเย็นมักจะดื่มสุราเป็นประจำ เมื่อเกิดความมึนเมาก็จะเอามือกำพระยอดขุนพลของหลวงพ่อขันธ์และใช้มีดกรีดยางเฉือนลงไปที่แขนข้างที่มือกำพระอย่างแรงหลายครั้ง แต่ก็เฉือนไม่เข้า(แผงร้านช่างมันตั้งอยู่หน้าร้านประชามิตร ตลาดล่าง จังหวัดนครปฐม

    IMG_9114.png IMG_9115.png IMG_9116.png IMG_9117.png
     
  8. tee_tores

    tee_tores กะยิราเจ กะยิราเถนัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    12,289
    ค่าพลัง:
    +53,083
    No11

    เหรียญปราบศัตรูพ่าย หรือ เหรียญพรหมสี่หน้า หลวงปู่คอน วัดชัยพฤกษมาลา ปี2532


    เครดิต จาก เพจ พระเครื่อง วัดชัยพฤกษมาลา สามเจ้าคุณ


    เหรียญทองแดง ในเพจ พระเกจิสายวัดประดู่ เหรียญละพันห้าสิบ ปิดเกลี้ยง


    Chatchai F. Suwatit
    26 พฤษภาคม 2020 ·
    ขออนุญาตท่านผู้ดูแล มาแชร์ข้อมูลครับผม
    "หาพรหมสี่หน้าของหลวงปู่ดู่ไม่ได้ ให้มาใช้ของหลวงปู่คอน"
    เหรียญพรหมสี่หน้า หลวงปู่คอนวัดชัยพฤกษมาลา กทม.
    ของดีที่ราคายังไม่แพง ของของท่านก็ไม่ได้สร้างจำนวนมากมายอะไรนัก แต่ที่เด่นๆ เรื่องประสบการณ์ก็คงจะเป็นเหรียญพรหมสี่หน้า ปี 2532 รุ่นนี้
    หลวงปู่คอนท่านเป็นคนอยุธยา ใกล้วัดสะแก ท่านบวชเมื่อ ปี 2476 หลังหลวงปู่ดู่ 8 ปี (หลวงปู่ดู่บวชปี 2468) หลวงพ่อท่านเป็นลูกบุญของหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ จึงได้รับตำหรับตำราการสร้างเหรียญมาจากหลวงพ่อกลั่นโดยตรง และท่านยังได้ศึกษาวิชาสายวัดพระญาติมาจากพระอาจารย์เภา วัดพระญาติอีกด้วย จึงถือว่าท่านเป็นศิษย์ร่วมสำนักมากับหลวงปู่ดูวัดสะแก
    อักขระเลขยันต์ต่างๆบนเหรียญนี้ ไล่ตั้งแต่ขอบเหรียญด้านหน้า เน้นพุทธคุณด้านมหาเสน่ห์ เมตตา ค้าขาย และป้องกันแคล้วปลอดภัย มีความหมายที่มาล้วนไม่ธรรมดา
    ขอบเหรียญทั้ง 4 ด้านคือ
    คาถาพรหมสี่หน้า-บูชาพระพรหม
    นะมัตโตเทวะพรหมเมหิ
    นะละเทเวหิสัพพะทา
    นะทันโตสีหะนาทังโย
    นันทะวันตัง นะมามิหัง
    ป้องกันสิ่งชั่วร้าย เสริมดวง หนุนบารมี
    ....................
    ....................
    อักขระ 4 ตัวที่อยู่ระหว่างเศียรพรหมใต้อุณาโลม คือ
    หัวใจยอดศีล - หัวใจไตรสรณคมน์
    “พุทธะสังมิ” มีคุณด้านเสน่ห์ เมตตามหานิยม
    ......................
    ......................
    อักขระ 4 ตัวที่อยู่ในมุมยันต์ ใต้คางของเศียรพรหม คือ
    คาถาหัวใจพระสิวลี
    “นะชาลิติ”
    มีคุณด้านทำมาค้าขาย มีกินไม่มีอด
    .......................
    .......................
    อักขระ 4 ตัวที่อยู่ในใจกลางยันต์
    หัวใจธาตุ4 ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ
    “นะมะพะทะ”
    เป็นหัวใจที่ไว้ใช้กำกับเสริมให้เกิดอิทธิฤทธิ์
    .......................
    .......................
    ด้านหลังเหรียญ
    อักขระ 8 ตัวในกลีบของยันต์บัว คือ
    หัวใจพาหุง
    “พา มา นา อุ กะ สะ นะ ทุ”
    มีคุณด้านความสำเร็จ ชัยชนะ
    ........................
    ........................
    อักขระ 9 ตัวใจกลางของยันต์บัว คือ
    คาถาเมตตาจิต-ฤาษีแปลงสาร
    “อะระหัง สุคะโต ภะคะวา”
    มีคุณรอบด้าน มหาเสน่ห์แคล้วคลาด ปลอดภัย
    .....................
    .....................
    ส่วนเศียรพรหมทั้งสี่ ก็คือ
    พรหมวิหาร 4
    “เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา“
    อันเป็นธรรมะที่ผู้ถือจะเป็นผู้ที่มีแต่ความสุข ปรารถนาดีกับผู้อื่น ไม่มีความทุกข์ร้อน ไม่เบียดเบียนใคร เมื่อสิ้นกรรมตายไปก็จะเกิดเป็นพรหม
    ที่สำคัญเหรียญรุ่นนี้ ทางวัดชัยพฤกษมาลาเอง ได้นำไปเข้าร่วมพิธีเปิดโลกในปี 2532 ที่วัดสะแกด้วย ฉะนั้นแล้วไม่ว่าประวัติความเป็นมาของคณาจารย์ผู้สร้าง และพิธีกรรม ก็นับว่าเข้มขลังมิต่างกัน


    หลวงตางั้ง นามสกุลงี้เหง้า
    3 สิงหาคม 2021 ·
    เรื่องเหรียญปราบศัตรูพ่ายข้าพเจ้าเป็นสามเณรไปอยู่วัดชัยพฤกษ์ก็รู้ประวัติหลวงปู่คอนอยู่ว่าท่านเป็นหน่อเนื้อเชื้อวัดสะแกบวชอยู่วัดสะแก3ปีถึงได้มาเรียนบาลีที่กรุงเทพเคยถามท่านว่าหลวงปู่เรียนวิชาพรหมวัดสะแกมาหรือเปล่าท่านหัวเราะหึหึแล้วก็บอกเรียน ท่านก็ถามว่าทำไมหรือก็เรียนท่านไปว่าเหรียญรัศมีพรหมวัดชัยพฤกษ์ทำไมหลวงปู่เรียกว่าเหรียญปราบศัตรูพ่ายท่านก็บอกว่าจะได้ไม่ซ้ำกับวัดสะแกเหรียญรุ่นนี้ตอนมีพิธีปลุกวัตถุมงคลก็นำมาเสกหลายเที่ยวจำได้ว่าปี2533ได้มีพิธีภาณยักษ์ใหญ่หลวงปู่นั่งอธิฐานจิตวัตถุมงคลอยู่ฝนตกท่านนั่งธรรมาสน์ตรงกับรอยต่อของเต็นท์ทำให้น้ำฝนไหลลงมาเปียกท่านทั้งตัวแต่ท่านก็ไม่ยอมลุกเราพร้อมด้วยสามเณรอีกหลายรูปต้องช่วยกับกันยกธรรมาสน์ที่ท่านนั่งอยู่ให้พ้นจนจบพิธีเหรียญปราบศัตรูพ่ายเรียกว่าเป็นเหรียญดีเสกทั้งเดี่ยวตามตำราวัดสะแกเสกทั้งหมู่ในพิธีหลายเที่ยวมาก

    IMG_9118.png IMG_9119.png IMG_9120.png IMG_9121.png
     
  9. tee_tores

    tee_tores กะยิราเจ กะยิราเถนัง สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    12,289
    ค่าพลัง:
    +53,083
    No12

    รูปถ่ายหลวงปู่ครูบาดาบส

    เป็น รูปถ่ายยุคต้นๆ ที่ถ่ายท่านเองโดยลูกศิษย์ แล้วท่านจารให้ ใช้แทนวัตถุมงคลของท่านได้เลยครับเพราะท่านลงคาภากำกับใว้ให้แล้ว พุทธคุณ ไม่ต่างจากพระเครื่องที่ท่านสร้างหรือปลุกเสกใว้แน่นอน

    att.Mx-HQVr5bH7F3WNevnmPMj4sLokUWxifGUnCatolFa8.jpeg att.a9LnEmhv3oUJvpaa-XqSt7QHgLxPYoCmxTkRZjvQA2E.jpeg
     

แชร์หน้านี้

Loading...