ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาวบ้านเคหะร่มเกล้าระทม น้ำไม่ลด รถกว่า 500 คันจมน้ำ เข้าสู่วันที่ 4
    .
    วันที่ 29 ก.ย. 69 สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า ยังคงสาหัส โดยวันนี้เข้าสู่วันที่ 4 แล้ว แต่ระดับน้ำลดลงเพียงเล็กน้อย ส่งผลให้ชาวบ้านจำนวนมากยังคงใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก
    .
    ขณะเดียวกัน รถยนต์ของประชาชนที่นำมาจอดไว้ในพื้นที่เพื่อหนีน้ำ ยังคงถูกน้ำท่วมจมอยู่เป็นจำนวนมาก เบื้องต้นมีรถประมาณ 500 คันที่ได้รับผลกระทบ ทำให้เจ้าของรถยังไม่สามารถนำรถออกจากพื้นที่ได้ และต้องเฝ้าติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
    .
    ทั้งนี้ การเดินทางเข้าออกชุมชนเป็นไปด้วยความลำบาก ชาวบ้านที่ไม่มีเรือต้องเดินลุยน้ำออกมาข้างนอก เพื่อรับของบริจาค ที่หลายหน่วยงานเอามาช่วยเหลือ เนื่องจากน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง ที่พักอาศัยและพื้นที่โดยรอบยังได้รับผลกระทบจากน้ำที่ระบายออกได้ช้า และน้ำเริ่มเน่าเสียและเริ่มมีกลิ่นเหม็น
    .
    .
    ภาพ: ธิติ วรรณมณฑา (Thiti Wannamontha)
    #NationPhoto #กรุงเทพธุรกิจ

    https://www.facebook.com/1000646678...NmqmiCWx9vfPXxx1k7t2uRnQvPml/?mibextid=NOb6eG
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    19.25 น. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ยุบเลิกธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ตั้งแต่ 1 ต.ค.2569 #ThaiPBSnews

    https://www.facebook.com/share/1JEmXjzyR6/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    19.34 น. ปภ.แจ้งเตือน "เขื่อนเจ้าพระยา" จะระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 2,200 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น 1-1.2 เมตร พื้นที่ริมน้ำ 2 ฝั่ง/คลอง/ที่ลุ่มต่ำ อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี อ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี ให้ยกของขึ้นที่สูง #ThaiPBSnews

    https://www.facebook.com/share/p/1BtL8uzE8m/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปิดโรงเรียน 15 เขต 3 วัน เช็กความปลอดภัยหลังน้ำท่วม
    .
    (29 ก.ย. 2569) สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ประกาศปิดสถานศึกษาชั่วคราวเนื่องจากเหตุพิเศษ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากร หลังสถานการณ์สาธารณภัยในบางพื้นที่สิ้นสุดลง
    .
    เบื้องต้น 15 เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง ให้ปิดโรงเรียนในสังกัด กทม. ระหว่างวันที่ 30 ก.ย.–2 ต.ค. 2569 ได้แก่ คลองสามวา คันนายาว จตุจักร บางเขน บางกะปิ บึงกุ่ม ประเวศ มีนบุรี ลาดกระบัง วังทองหลาง สวนหลวง สะพานสูง สายไหม หนองจอก และหลักสี่ พร้อมจัดการเรียนการสอนชดเชยภายหลัง
    .
    ส่วน 14 เขตที่ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง และอีก 21 เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ ให้พิจารณาการปิดเรียนตามสถานการณ์และความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ โดยโรงเรียนต้องตรวจสอบอาคารและทรัพย์สินให้พร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย ก่อนกลับมาจัดการเรียนการสอนและสอบปลายภาคเรียนที่ 1/2569

    #น้ำท่วม #โรงเรียน #กรุงเทพมหานคร #ข่าวไทยพีบีเอส #ข่าวที่คุณวางใจ #ThaiPBSnews

    https://www.facebook.com/share/p/1bwxcTQ8vb/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    --1--
    ถ้าเกิด Stagflation เราต้องเตรียมเจอกับอะไรบ้าง?
    FB_IMG_1790691239823.jpg FB_IMG_1790691242371.jpg
    บทนี้ไม่ใช่การทำนายว่า Stagflation กำลังจะเกิดแน่ ๆ หรือบอกว่าราคาทองคำจะต้องขึ้น

    แต่เป็นการลองมองไปข้างหน้าว่า ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงเพราะโอกาสมีไม่น้อย ...เราควรเข้าใจอะไรไว้ก่อน? ...ซึ่งถ้าไม่เกิดขึ้นก็ดีไป

    เพราะบางที สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่เหตุการณ์ที่เราไม่เคยได้ยิน ....เป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นและเราเคยได้ยินมาแล้ว เพียงแต่ไม่เข้าใจว่า จะเกิดอะไรขึ้น และลำดับจะเป็นยังไง

    คำว่า Stagflation (stagnant + inflation) คือสภาพที่เศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

    นี่คือสถานการณ์ที่ธนาคารกลางจัดการได้ยากมาก ๆ

    เพราะถ้าเงินเฟ้อสูง Fed ก็อยากขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกดเงินเฟ้อ ..แต่ในขณะที่กระทรวงคลังสหรัฐ ก็อยากลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ......นี่ สร้างปัญหาให้ทั้งสองทาง

    ขึ้นดอกเบี้ยก็ทำให้เศรษฐกิจหยุดนิ่ง ไม่ขึ้นก็ทำให้เงินเฟ้อ
    Damn if you do, damn if you don't.

    แต่สิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจกว่านั้น คือ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริง ราคาสินทรัพย์อาจไม่ได้เคลื่อนไหวในแบบที่เราคิดว่าเป็น

    หลายคนอาจคิดว่า ถ้าเกิด Stagflation ราคาทองก็ควรขึ้นทันที เพราะทองเป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ

    แต่...ในช่วงแรกอาจไม่เป็นอย่างนั้นนะ
    ลองสมมติว่าเมื่อเศรษฐกิจเริ่มมีปัญหา
    แต่มีการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้เงินเฟ้อ คนจะกู้ก็ต้องเจอต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ...ส่วนคนที่มีหนี้อยู่ ก็เริ่มต้องหาเงินสดมาจ่ายดอกมากขึ้นและยากขึ้น..ในขณะเศรษฐกิจก็หยุดนิ่ง

    เมื่อทุกคนต้องการ Liquidity ....ก็ต้องขายของเก่าไปก่อน สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่การเลือกขายเฉพาะสินทรัพย์ที่ไม่ดี
    แต่อาจเป็นการขายทุกอย่างที่ขายได้ เพื่อเปลี่ยนเป็นเงิน

    - หุ้นอาจถูกขาย
    - พันธบัตรอาจถูกขาย
    - อสังหาริมทรัพย์อาจถูกขาย
    - สินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ อาจถูกขาย
    - และแม้แต่ ทองคำก็สามารถถูกขายได้

    เพราะในช่วงที่คนต้องหาเงินสดมาชำระหนี้ สิ่งสำคัญที่สุดในระยะสั้นอาจไม่ใช่ว่า สินทรัพย์อะไรที่ปลอดภัยสุด
    แต่คือ อะไรที่เอาไปขายแล้วกลายเป็นเงินสดได้เร็วที่สุด?

    ดังนั้น ถ้าเกิดวิกฤตสภาพคล่องจริง เราอาจเห็นภาพแปลก ๆ ที่ ราคาทองร่วงลงพร้อมกับสินทรัพย์อื่นในช่วงแรก

    นี่คือจุดที่ผมคิดว่าเราต้องระวังการมองข้ามช็อต

    เพราะถ้าเรากระโดดจากคำว่า “Stagflation” ไปสรุปทันทีว่า “ทองจะพุ่ง” เราอาจพลาดช่วงแรกของเหตุการณ์ไป

    แต่หลังจากนั้น หากเศรษฐกิจแย่ลงจนระบบการเงินเริ่มมีปัญหา Fed ก็จะเจอกับโจทย์ที่ยากกว่าเดิม

    ถ้าลดดอกเบี้ยหรืออัดสภาพคล่องเพื่อช่วยเศรษฐกิจ ขณะที่ปัญหาเงินเฟ้อยังไม่หายไป ก็อาจมีคนเริ่มถามว่า
    แล้วเงินที่เอามาช่วยระบบการเงิน จะทำให้เงินเฟ้อกลับมาแรงกว่าเดิมมั้ย?

    ตรงนี้เองที่คนที่ยังพอมีเงิน จะมองเรื่องของทองเปลี่ยนไป

    เพราะพวกเขาอาจไม่ได้มองทองเพียงในฐานะของที่ใช้ป้องกันเงินเฟ้อ อีกต่อไป

    แต่เริ่มมองมันในฐานะ สินทรัพย์ที่ไม่มี Counterparty Risk
    ทองไม่ได้เป็นหนี้ของรัฐบาล
    ไม่ได้เป็นหนี้ของบริษัท
    และไม่ได้ขึ้นอยู่กับคู่สัญญาหน้าไหนทั้งนั้น
    .....มันอยู่ในมือของเจ้าของผู้ถือมัน

    ดังนั้น สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่แค่ราคาทองในช่วงแรก
    แต่อยู่ที่ว่า หลังจากทุกคนขายทุกอย่างเพื่อหา Liquidity แล้ว ตลาดจะเริ่มเห็น..ว่าอะไรคือสินทรัพย์ หรือภาระหนี้ของระบบการเงิน

    คนจะเริ่มแยกออกว่าอะไรคือ Assets อะไรคือ Liabilities

    ถ้าไปถึงจุดนั้น ทองจะเริ่มเคลื่อนไหวแตกต่างจากสินทรัพย์อื่น

    จากที่เคยถูกขายพร้อมกับทุกอย่างในช่วงแรก
    มันอาจกลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ตลาดต้องการถือมากขึ้นในช่วงหลัง

    และนี่คือเหตุผลที่ผมอยากให้เพื่อน ๆ รู้จัก scenario นี้ไว้ก่อน
    ไม่ใช่เพื่อให้ทำนายว่าทองจะขึ้นเมื่อไหร่?

    แต่เพื่อไม่ให้ตกใจ ถ้าวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่เราเห็นว่า
    หุ้นลง ทองก็ลง
    เพราะนั่นอาจไม่ใช่จุดจบของเรื่อง

    มันอาจเป็นเพียง ช่วงแรกของเหตุการณ์ที่กำลังเปลี่ยนจากปัญหาสภาพคล่อง ไปสู่ปัญหาความเชื่อมั่นในระบบการเงิน

    และถ้าเกิดวันนั้นขึ้นจริง สิ่งที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การเดาราคาทองว่าจะไป $5,000, $10,000 หรือเท่าไร?

    แต่คือการเข้าใจว่า ทำไมทองถึงถูกขายในวันแรก
    และทำไมวันหนึ่งมันอาจกลับมาเป็นสินทรัพย์ที่คนต้องการมากที่สุด

    เพราะตลาดการเงินไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง
    บางครั้ง สิ่งที่เราเห็นในวันแรก อาจตรงข้ามกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในตอนจบ

    ถ้าเราจะเรียนรู้จากยุค 70s ซึ่งเป็นเวลาที่เกิดเงินเฟ้อจาก Supply Shock เหมือนตอนนี้เลย....

    ยุค 70s สอนเราว่า ทองไม่ได้ขึ้นเพราะเงินเฟ้ออย่างเดียว และก็ไม่ได้ลงเพราะดอกเบี้ยขึ้นอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือ หลังจากนโยบายการเงินถูกใช้ต่อสู้กับเงินเฟ้อแล้ว ระบบการเงินจะรับแรงกดดันนั้นได้นานแค่ไหน
    ...แต่เรื่องที่เห็นวันนี้ ต่างจากยุค 1970s ...

    **อย่ารีบใจร้อนทำนายราคาที่ปลายทาง
    ก่อนที่จะรู้ลำดับเหตุการณ์นะ เพื่อน ๆ**
    ----------------------

    --2--
    เปรียบเทียบราคาทอง มกราคม 1980 ...กับปัจจุบัน

    ถ้ามองย้อนกลับไปที่ราคาทองคำในช่วงปี 1979–1980 จะเห็นภาพบางอย่างที่น่าสนใจมาก

    ต้นปี 1979 ทองอยู่ประมาณ $226 ต่อออนซ์ ก่อนจะพุ่งขึ้นไปถึง $850 ในเดือนมกราคม 1980

    เวลาพูดถึงทองในช่วงนั้น เรามักนึกถึงสถานการณ์การปฏิวัติอิหร่าน วิกฤตตัวประกัน หรือการที่สหภาพโซเวียตบุกอัฟกานิสถาน แต่จริง ๆ แล้วทองเริ่มวิ่งขึ้นไปไกลมากแล้ว ก่อนเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้น

    สิ่งที่อยู่เบื้องหลังคือ เงินเฟ้อสูง ขณะที่ real interest rate ติดลบ

    เงินฝากหรือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย ไม่สามารถชดเชยการสูญเสียกำลังซื้อจากเงินเฟ้อได้ คนจึงหันไปหาสินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าได้ และทองก็เป็นหนึ่งในนั้น

    แต่แล้วก็เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ
    Paul Volcker ขึ้นเป็นประธาน Fed ในปี 1979 และเลือกใช้วิธีสู้เงินเฟ้อที่รุนแรงมาก เขาขึ้นดอกเบี้ยจน Fed funds rate ขึ้นไปถึงประมาณ 20% ในปี 1980

    เมื่อดอกเบี้ยสูงกว่าเงินเฟ้อมากพอ real interest rate กลับมาเป็นบวก

    ทันใดนั้น การถือเงินหรือ Treasury ก็กลับมาให้ผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อได้ ทองซึ่งเพิ่งขึ้นไปถึง $850 จึงเริ่มเสียความน่าสนใจ..และกลับตัวลงอย่างรุนแรง

    พูดอีกอย่างคือ
    Volcker ไม่ได้เอาชนะทองด้วยการกดราคาทอง แต่ทำให้ “เงินกระดาษ” กลับมาน่าสนใจพอที่คนจะทิ้งทองคำ

    นี่ทำให้ผมคิดถึงปี 2026
    วันนี้เรากำลังเห็นเงื่อนไขบางอย่างที่คล้ายกับช่วงนั้นอีกครั้ง

    นั่นคือ ....เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ทำให้ real interest rate ติดลบ และทองยังเป็นสิ่งคนที่ต้องการ hedge against inflation อย่างเหนียวแน่น

    แต่ความแตกต่าง...เหมือนฟ้ากับเหว

    วันนี้เราไม่ได้อยู่ในโลกของปี 1980 อีกแล้ว
    ตอนที่ Volcker ขึ้นดอกเบี้ย หนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปัจจุบันมาก

    แต่วันนี้หนี้รัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ในระดับหลายสิบล้านล้านดอลลาร์

    ดังนั้น อย่ามัวแต่ถามว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยได้อีกมั้ย?

    แต่ต้องถามว่า ถ้าต้องขึ้นดอกเบี้ยแบบ Volcker เพื่อทำให้ real rates กลับมาเป็นบวก ...มีหนี้ระดับนี้จะรับไหวเหรอ?

    นี่คือความแตกต่าง
    เราอาจกำลังเห็นเงื่อนไขบางอย่างที่คล้ายกับปี 1979–1980 ....แต่เราไม่ได้เห็น Volcker moment แบบปี 1980 แน่

    และไม่ต้องเอากร้าฟทองคำของปัจจุบันกับยุค 1970s มาเทียบกันเลย

    เพราะถ้าเงินเฟ้อยังไม่ยอมลง แล้ววิธีที่เคยใช้หยุดมันในปี 1980 ไม่อาจนำกลับมาใช้ในโลกที่มีหนี้มหาศาลได้
    แล้วอะไรจะเกิดขึ้น?

    เพราะในปี 1980 ทองมี Volcker เป็นตัวกดให้ร่วง

    แต่ในปี 2026 นี้ คำถามคือ…
    แล้วจะมี Paul Volcker อีกคนมั้ย?

    https://www.facebook.com/share/p/1LsR7bbgNG/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Goldman Sachs เตือน !

    หุ้นสหรัฐจะขึ้นต่อได้ก็ต่อเมื่อ...

    “Bond Yield ต้องลงก่อน”

    หลังดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐ
    พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี
    10 ปี = 5.3%
    30 ปี = 5.6%

    Goldman Sachs กำลังจับตาตลาดพันธบัตรในฐานะหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่สุดต่อตลาดหุ้น หลัง US Treasury Yield อายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือ 5% และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 Goldman Sachs
    .
    มุมมองของ Goldman คือ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังสามารถยืนได้ค่อนข้างแข็งแกร่ง เพราะกำไรบริษัท โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังช่วยพยุงตลาด
    แต่เมื่อ Yield สูงขึ้นเรื่อย ๆ “Bond Market กำลังกลายเป็น Speed Limit ของตลาดหุ้น” เพราะพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 5% เริ่มแข่งขันกับหุ้นโดยตรง ขณะที่ Discount Rate และต้นทุนเงินทุนของบริษัทก็เพิ่มขึ้น Goldman Sachs
    .
    Goldman Sachs Research ระบุด้วยว่า Forward P/E ของ S&P 500 ลดลงจากประมาณ 22 เท่าเหลือ 19 เท่า ในปีนี้ แต่ Valuation ของหุ้นเมื่อเทียบกับพันธบัตรไม่ได้ถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะ Bond Yield ก็เพิ่มขึ้นพร้อมกัน Goldman Sachs
    .
    กลุ่มที่เริ่มได้รับผลกระทบหนักกว่าตลาดคือธุรกิจที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย เช่น อสังหาริมทรัพย์, Utilities, Homebuilders และหุ้น Small Cap
    ตัวอย่างชัดเจนคือ Russell 2000 ซึ่งล่าสุดอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือนสิงหาคมประมาณ 8.4% ขณะที่หุ้น Utilities ถูกกดดันจากการที่ Treasury ให้ Yield สูงจนหุ้นปันผลต้องแข่งขันกับพันธบัตรมากขึ้น

    https://www.facebook.com/share/1DhKQx1dSa/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "พันธบัตรสหรัฐ"
    โดนเทขายไม่หยุด...

    คืนนี้ Bond Yield พุ่งแตะ
    10 ปี = 5.3%
    30 ปี = 5.6%

    ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง
    กดดันภาระหนี้และเศรษฐกิจสหรัฐ


    ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณเตือนอีกครั้ง หลังแรงขายพันธบัตรระยะยาวผลักดัน Yield ขึ้นสู่ระดับที่ไม่เห็นมานานหลายสิบปี
    ล่าสุด Reuters รายงานว่า US Treasury Yield อายุ 10 ปีขึ้นแตะประมาณ 5.25% ขณะที่ 30 ปีขึ้นแตะประมาณ 5.57% โดยฝั่ง 10 ปีอยู่ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 และฝั่ง 30 ปีสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2004 Reuters
    .
    ดังนั้น Artwork ที่เขียนว่า
    10 ปี ≈ 5.3%
    30 ปี ≈ 5.6%
    ถือเป็นการปัดตัวเลขที่สอดคล้องกับระดับล่าสุด แต่ควรใช้คำว่า “พุ่งแตะบริเวณ” เพราะ Yield เปลี่ยนแปลงตลอดการซื้อขาย
    .
    สิ่งที่น่ากังวลคือ การพุ่งของ Yield รอบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะพันธบัตรสหรัฐฯ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแรงขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลก โดย Reuters ระบุว่าปัจจัยกดดันประกอบด้วย ความกังวลเงินเฟ้อ ราคาพลังงานที่สูง เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง ความคาดหวังว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม รวมถึงความกังวลด้านการใช้จ่ายและการออกหนี้ของรัฐบาล Reuters
    .
    และนี่คือจุดที่ตลาดต้องจับตา เพราะ Yield ที่สูงขึ้น = ต้นทุนการกู้ยืมของระบบเศรษฐกิจที่สูงขึ้น
    รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเผชิญต้นทุนในการออกและ Refinancing หนี้ที่แพงขึ้น ขณะที่ภาคเอกชนและประชาชนก็ได้รับผลกระทบผ่าน Corporate Bond, Mortgage และสินเชื่อประเภทต่าง ๆ โดยอัตรา Mortgage 30 ปีของสหรัฐฯ ขึ้นมาแถว 7% แล้ว

    https://www.facebook.com/share/p/19TrLcFx44/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "อังกฤษคงไม่แคล้ว!!"
    รัสเซียเตือนอังกฤษ–นาโต! หากคิดปิดล้อมหรือโจมตีคาลินินกราด เตรียมรับการตอบโต้ด้วยทุกวิถีทาง รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์!
    FB_IMG_1790707853369.jpg
    รัสเซียประกาศเตือนว่า ความพยายามใดๆ ของอังกฤษหรือองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่จะปิดล้อมหรือเปิดฉากโจมตีแคว้นคาลินินกราด (Kaliningrad) จะเผชิญกับการตอบโต้จากรัสเซียด้วยทุกวิถีทางที่มีอยู่ รวมถึงการใช้อาวุธนิวเคลียร์

    คาลินินกราดเป็นดินแดนส่วนแยกของรัสเซียริมทะเลบอลติก ตั้งอยู่ระหว่างโปแลนด์กับลิทัวเนีย โดยไม่มีพรมแดนทางบกติดต่อกับดินแดนหลักของรัสเซีย และถูกคั่นกลางด้วยดินแดนของลิทัวเนีย

    ก่อนปี 1945 ดินแดนแห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมนี ก่อนถูกกองทัพโซเวียตเข้ายึดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายหลังการประชุมพอตสดัม (Potsdam Conference) ฝ่ายสัมพันธมิตรตกลงให้ดินแดนทางตอนเหนืออยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต ส่วนตอนใต้ตกเป็นของโปแลนด์

    ทั้งนี้ คำเตือนดังกล่าวมาจากแถลงการณ์ผ่าน Telegram ของสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหราชอาณาจักร (Russian Embassy to the UK) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2026 เพื่อตอบโต้บทความของสื่ออังกฤษ The i Paper ที่กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการที่ NATO จะปิดล้อมคาลินินกราด หรือประกาศไม่ยอมรับอธิปไตยของรัสเซียเหนือดินแดนแห่งนี้ รวมถึงรายการ The Wargame ของ Sky News ที่นำเสนอสถานการณ์จำลองเกี่ยวกับการเปิดฉากโจมตีคาลินินกราด

    ที่มา: Telegram – Russian Embassy to the UK, Anadolu Agency


    https://www.facebook.com/share/p/14oQQATm86E/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เนทันยาฮูโผล่ฐานทัพอากาศ แสดงความห่วงใย! เตือนชาวอิสราเอล ศัตรูจ้องโจมตีช่วงเลือกตั้ง ท่ามกลางคะแนนนิยมของตนเองที่กำลังร่วง!

    เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เดินทางไปยังฐานทัพอากาศเทลนอฟ (Tel Nof) เปิดเผยว่าได้รับข้อมูลบ่งชี้ว่าศัตรูของอิสราเอลอาจพยายามเปิดฉากโจมตีประเทศในช่วงใกล้การเลือกตั้งปลายเดือนตุลาคมนี้ โดยแสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมยืนยันว่าจะปกป้องอิสราเอล ก่อนประกาศกร้าวถึงศัตรูว่า

    “อย่ามาลองดีกับเรา ไม่ใช่ตอนนี้ และไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม แขนที่ยาวไกลของเราจะเอื้อมไปถึงพวกคุณได้ทุกแห่ง ทุกเวลา”

    ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองของเนทันยาฮู โดยผลสำรวจของ Maariv เมื่อวันที่ 11 กันยายน ประเมินว่าพรรคลิคุดของเนทันยาฮูจะได้ที่นั่งในสภาเพียง 19 ที่นั่ง ลดลงจาก 32 ที่นั่งจากการเลือกตั้งครั้งก่อน


    ที่มา: The Jerusalem Post, The Times of Israel, Anadolu Agency

    https://www.facebook.com/share/v/1Dom5QdeNA/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กทม. มีเวลาทองแค่ 3 วัน! เร่งพร่องน้ำออกจากคลองและถนนด่วน ก่อนเจอน้ำทะเลหนุนระลอกใหม่ถล่ม
    .
    รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาส่งสัญญาณเตือน กทม. และคนกรุงเทพฯ ว่า แม้สถานการณ์ฝนในพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่นี่ไม่ใช่เวลาวางใจ
    .
    เพราะ กทม. เหลือ "เวลาทอง" เพียง 3-4 วันเท่านั้น (ไม่เกินวันพฤหัสบดีที่ 1 ต.ค.นี้) ในการเร่งระดมสูบน้ำที่ขังอยู่บนถนนและในระบบคลองระบายออกสู่ทะเลให้ได้มากที่สุด
    .
    สาเหตุสำคัญเนื่องจากข้อมูลกรมอุทกศาสตร์ชี้ว่า ในช่วงวันที่ 1-3 ต.ค.นี้ จะเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูงอีกระลอก
    .
    หาก กทม. ไม่เร่งพร่องน้ำออกรอไว้ตั้งแต่วันนี้ มวลน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะยกตัวสูงขึ้นปะทะกับน้ำหนุน ซึ่งจะทำให้การระบายน้ำออกจากระบบคลองและพื้นที่แอ่งต่ำของกรุงเทพฯ ทำได้ยากลำบากยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
    .
    อ.สิตางศุ์ เน้นย้ำให้ กทม. ฉวยโอกาสช่วงเวลาระหว่าง 08.00 - 18.00 น. ซึ่งเป็นช่วงจังหวะน้ำลงรายวัน เร่งระดมเครื่องสูบน้ำทำงานเต็มกำลัง
    .
    พร้อมเตือนให้เข้าไปเร่งตรวจสอบและเสริมคันกั้นน้ำบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงลำน้ำแคบ เช่น ท่าพระจันทร์ และโรงพยาบาลศิริราช เป็นพิเศษ เพื่อป้องกันคันกั้นน้ำรั่วหรือแตกจากพลังงานมวลน้ำที่ยกตัวสูงขึ้น
    .
    อ่านข่าวต่อในคอมเมนต์
    .

    อ่านข่าว : https://www.thaipbs.or.th/news/content/558777

    #น้ำท่วมกทม #สิตางศุ์พิลัยหล้า #กทมเร่งระบายน้ำ #น้ำทะเลหนุน #พร่องน้ำกทม #น้ำท่วม2569 #ข่าวไทยพีบีเอส #ข่าวที่คุณวางใจ #ThaiPBSnews
    https://www.facebook.com/share/p/1DWDj1oFwP/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “รูบิโอ” เล่นใหญ่! ชี้ผู้นำอิหร่านเป็นกลุ่มคลั่งศาสนา หวังพาสู่วันสิ้นโลก เตือนหากได้ครองนิวเคลียร์ จะใช้ข่มขู่และเข่นฆ่าผู้คน!

    “คนที่กุมอำนาจสั่งการในอิหร่านคือพวกคลั่งศาสนาหัวรุนแรง ที่หมกมุ่นอยู่กับความเชื่อเรื่องวันสิ้นโลก พวกเขาเชื่อว่าการนำพาหายนะครั้งสุดท้าย เป็นภารกิจศักดิ์สิทธิ์ที่ศาสนามอบหมายให้ต้องทำ!

    คนประเภทนี้จะปล่อยให้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้เด็ดขาด! เพราะพวกเขาจะใช้มันเป็นเครื่องมือข่มขู่คุกคามคนทั้งโลก และเข่นฆ่าผู้คน!” มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกล่าวถึงอิหร่าน


    https://www.facebook.com/share/v/1LuopuDGwY/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ–อิหร่าน เปิดเจรจาทางอ้อมรอบใหม่ผ่านกาตาร์! เตหะรานรอคำตอบจากวอชิงตันภายในวันนี้

    อับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า ผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์ได้นำเสนอแนวคิดใหม่ในการเจรจา โดยคาดว่าจะได้รับคำตอบจากสหรัฐฯ ภายในวันอังคาร (29 กันยายน)

    การเจรจาขั้นต่อไปอาจมุ่งเน้นไปที่ข้อเสนอแผน 7 วันของอิหร่านฉบับปรับปรุง ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่
    ▪️ยุติการสู้รบ
    ▪️ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและการปิดล้อมของสหรัฐฯ
    ▪️ปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน

    เพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และการกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาประเด็นนิวเคลียร์

    ทั้งนี้ การหารือยังคงดำเนินผ่านประเทศตัวกลาง โดยไม่มีการเจรจาโดยตรงระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่าน

    ที่มา: Al Jazeera

    https://www.facebook.com/share/p/1FB9tyG5Xk/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วอชิงตันสะเทือน! AI จีนยึดตลาดนักพัฒนาโลก ดันแชร์พุ่ง 67% ใน 6 เดือน ส่องจุดเปราะบางยุทธศาสตร์คว่ำบาตรสหรัฐฯ

    รายงานล่าสุดจากสำนักข่าว CNBC ที่อ้างอิงข้อมูลชุดใหม่จากแพลตฟอร์มศูนย์รวมโมเดล AI ระดับโลกอย่าง #OpenRouter ได้สร้างความตื่นตระหนกอย่างหนักในกรุงวอชิงตัน หลังพบว่า สัดส่วนการใช้งานโทเคน (Token) ของโมเดล AI จากประเทศจีน พุ่งสูงขึ้นถึง 57% - 67% (ข้อมูลสัปดาห์ ณ วันที่ 14 กันยายน 2026) ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากเดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกันที่มีสัดส่วนเพียง 6% - 13% เท่านั้น

    ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบน OpenRouter แต่ยังสะท้อนผ่าน #Vercel แพลตฟอร์มยอดนิยมของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่ส่วนแบ่งการใช้โมเดล AI จีนขยับขึ้นไปแตะ 55% ในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้นจากระดับเพียง 11% ในเดือนมกราคม ปรากฏการณ์นี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่า นักพัฒนาและภาคธุรกิจทั่วโลกกำลังเร่งปรับเปลี่ยนเวิร์กโฟลว์ไปสู่โมเดลที่ "คุ้มค่า ประสิทธิภาพดีพอ และราคาจับต้องได้"

    ตัวเลขการเติบโตอย่างถล่มทลายนี้ส่งผลให้สภาคองเกรสสหรัฐฯ โดยสองคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต้องเปิดการไต่สวนด่วน ขณะที่ทำเนียบขาว กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ต่างเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

    1. หลุมพรางยุทธศาสตร์: เหตุใดมาตรการคว่ำบาตรแบบเดิมจึงล้มเหลว?

    ที่ผ่านมา สหรัฐฯ มีความเชี่ยวชาญในการใช้มาตรการทางภาษี การระงับการส่งออก และระบบโควตา เพื่อตัดห่วงโซ่อุปทานสินค้าทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ ชิปประมวลผล แผงโซลาร์เซลล์ หรือวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งเคยสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจีนอย่าง Huawei ในต่างประเทศมาแล้ว

    อย่างไรก็ตาม โมเดล #ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีคุณลักษณะพื้นฐานที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง:

    -เปลี่ยนสภาพจาก "สินค้า" เป็น "ความสามารถที่เรียกใช้ได้": AI ไม่ใช่สินค้าที่ต้องผ่านด่านศุลกากร แต่เป็นซอฟต์แวร์บนเซิร์ฟเวอร์ที่เรียกใช้ผ่าน API, Gateway หรือระบบคลาวด์ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถ "สุ่มตรวจตู้คอนเทนเนอร์" ของแพ็กเกจข้อมูลดิจิทัลได้อย่างง่ายดาย

    -ต้นทุนการคัดลอกและแจกจ่ายต่ำมาก: ต่างจากสินค้าอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนการผลิตต่อชิ้นสูง #AI สามารถถูกจำลองและเปิดให้เข้าถึงข้ามพรมแดนได้เกือบจะทันที

    -ต้นทุนต่อประสิทธิภาพที่ต่างกันมหาศาล: ฮาร์พรีต อาโรรา (Harpreet Arora) ผู้บริหารจาก Vercel ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า เมื่อคุณภาพของโมเดลจีนพัฒนาขึ้นจนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่สามารถทำงานทั่วไปได้สำเร็จ ความแตกต่างด้านราคาจึงกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดที่ภาคธุรกิจ "ยากจะมองข้าม"

    "ทำไมองค์กรธุรกิจต้องจ่ายเงินแพงกว่า 3 เท่าเพื่อใช้โมเดลสหรัฐฯ ในเมื่อโมเดลจีนสามารถประมวลผลโค้ด จัดการข้อมูล และสร้างเนื้อหารายวันได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แพ้กัน"

    นอกจากนี้ มาตรการจำกัดการส่งออกชิป GPU ขั้นสูงของสหรัฐฯ เริ่มลดประสิทธิผลลง เนื่องจากผู้พัฒนา AI จีนสามารถปรับตัวและพัฒนาชิปภายในประเทศจากระดับ "ขาดแคลน" มาสู่ระดับ "พอเพียงและใช้งานได้จริง"

    2. สมรภูมิ "Global South": AI จีนปักธงครองตลาดเกิดใหม่

    แดเนียล เรมเลอร์ (Daniel Remler) ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน Center for a New American Security (CNAS) ชี้ประเด็นสำคัญในรายงานของ CNBC ว่า วิกฤตที่แท้จริงของสหรัฐฯ ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนแบ่งการตลาด แต่เป็น "ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงที่เกิดขึ้นจริง"
    ข้อมูลจาก OpenRouter ระบุว่า กลุ่มประเทศ Global South (ครอบคลุม 82 ประเทศและเขตเศรษฐกิจในละตินอเมริกา แอฟริกา และเอเชีย) กำลังกลายเป็นฐานผู้ใช้หลักของ AI จีน:
    • บริษัทและสตาร์ทอัพใน Global South เช่น จากลากอส (ไนจีเรีย) เซาเปาโล (บราซิล) ไปจนถึงจาการ์ตา (อินโดนีเซีย) เมื่อต้องเลือกใช้โมเดล Open-source ที่ราคาประหยัด มักจะพิจารณา "โซลูชันจากจีน" เป็นอันดับแรก
    • ปริมาณการใช้โทเคนของบริษัทใน Global South บน OpenRouter มาจากโมเดลจีนสูงเกินกว่า 67%

    3. การขยาย "เขตอิทธิพลไร้พรมแดน": มิติใหม่ของการเมืองโลก

    ความกังวลสูงสุดของวอชิงตันในขณะนี้คือ "การจัดแถวทางภูมิรัฐศาสตร์ใหม่" (Geopolitical Realignment)
    ในอดีต มหาอำนาจต่อสู้เพื่อแย่งชิงเขตอิทธิพล บนเขตแดนทางภูมิศาสตร์ แต่เทคโนโลยี AI ได้ทำลายพรมแดนกายภาพเหล่านั้น หากประเทศเกิดใหม่ทั่วโลก ตั้งแต่อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงแอฟริกา พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐาน AI ของจีนในชีวิตประจำวันและการทำธุรกิจ โลกดิจิทัลของประเทศเหล่านั้นก็จะถูกผนวกรวมเข้าสู่ "ระบบนิเวศเทคโนโลยีของจีน" โดยสมบูรณ์

    4. ทางแพร่งของวอชิงตัน

    การพุ่งทะยานจาก 6% สู่ 67% ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน เป็นสิ่งยืนยันว่า ยุทธศาสตร์การสกัดกั้นห่วงโซ่อุตสาหกรรมจีนของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับจุดโหว่ครั้งใหญ่

    ในขณะที่สหรัฐฯ มุ่งเน้นการปิดล้อมภาคการผลิตอุตสาหกรรมหนัก แต่ ปัญญาประดิษฐ์ กลับกลายเป็นช่องแคบที่จีนใช้เจาะทะลวงผ่านด้วยยุทธศาสตร์ "ต้นทุนต่ำ+ประสิทธิภาพสูง" ซึ่งในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล คำตอบของภาคธุรกิจและนักพัฒนามักจะตกเป็นของโมเดลที่ช่วยให้ "งานสำเร็จด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด" เสมอ

    #ChinaFocus

    https://www.facebook.com/share/19kwH9p9Xv/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วิกฤตกระแสข่าวปลอมต่อต้านชาวต่างชาติในญี่ปุ่น หนุนกระแสฝ่ายขวาจัดเติบโต

    ประเทศญี่ปุ่นกำลังตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ของ "ข่าวปลอมและการบิดเบือนข้อมูลออนไลน์" (Disinformation) ที่มุ่งเป้าโจมตีชาวต่างชาติในประเทศ โดยข่าวปลอมเหล่านี้กำลังกระตุ้น กระแสเกลียดชังคนต่างชาติ (Xenophobia) และกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของกลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัด ซึ่งสร้างความร้าวฉานในสังคมญี่ปุ่นและยากที่จะแก้ไข

    ผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญ:

    1. กรณีศึกษาการบิดเบือนข้อมูล: คลิปวิดีโอตัดต่อลวงตา

    บริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ Constella Security Japan (ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาลญี่ปุ่น) ได้นำเสนอตัวอย่างข่าวปลอมที่ถูกปั่นกระแสบนโซเชียลมีเดีย:

    -คลิป "การขโมยโลหะและสายไฟรางรถไฟ": มียอดเข้าชมรวมกว่า 4.3 ล้านครั้งในช่วงกลางเดือนเซปเทมเบอร์
    -ข้อเท็จจริง: คลิปดังกล่าวถูกตัดต่อและตัดบริบทเดิมออก โดยต้นฉบับมาจากวิดีโอภาษาอาหรับตั้งแต่ปีที่แล้ว ก่อนจะถูกนำมาใส่คำบรรยายภาษาญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม เพื่อสร้างกระแสปั่นหัวให้คนญี่ปุ่นต่อต้านชาวต่างชาติ

    "ข่าวลือและข่าวปลอมในโซเชียลมีเดียถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจเพื่อแสดงภาพชาวต่างชาติในเชิงลบ ทำให้คนญี่ปุ่นยอมรับพวกเขาเข้าสู่สังคมได้ยากยิ่งขึ้น"
    — ผศ. โย โนนากะ (Yo Nonaka) มหาวิทยาลัยเคโอ

    2. วงจรอุบาทว์ทางการเมืองและโซเชียลมีเดีย
    กระบวนการปั่นข่าวปลอมสร้างผลกระทบต่อสังคมญี่ปุ่นผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก:
    1. อินฟลูเอนเซอร์ปั่นกระแส: สร้างข่าวลือ/คลิปบิดเบือนเพื่อดึงดูด ยอดไลก์-ยอดคลิก (Clicks)
    2. พรรคขวาจัดโหนกระแส: นำข่าวปลอมไปใช้เป็นเครื่องมือหาเสียงเพื่อปลุกระดมและดึงคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
    3. สาธารณชนหลงเชื่อ: เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ออนไลน์เรียกร้องให้ปิดประเทศ หรือตราหน้าชาวต่างชาติทุกคนว่าเป็นอาชญากร

    3. การขยายความเกินจริงโดยเจ้าหน้าที่รัฐ (Official Misinformation)

    ความเกลียดชังยิ่งถูกโหมกระหน่ำเมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน:

    -คำกล่าวอ้างของรัฐมนตรี: ในเดือนกรกฎาคม คิมิ โอโนดะ (Kimi Onoda) รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบนโยบายด้านชนต่างชาติ อ้างว่า "1 ใน 4 ของนักโทษในเรือนจำญี่ปุ่นเป็นชาวต่างชาติ"

    -ข้อเท็จจริง: ตัวเลข 25% ดังกล่าวมาจาก เรือนจำฟูชู (Fuchu Prison) ในโตเกียวเพียงแห่งเดียว ซึ่งเป็นเรือนจำที่ใช้คุมขังนักโทษชายชาวต่างชาติเป็นหลัก แต่หากคิด สถิติทั่วประเทศ สัดส่วนนักโทษชาวต่างชาติมีเพียง 6.6% เท่านั้น

    -ผลลัพธ์: คำพูดดังกล่าวกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้ชาวเน็ตญี่ปุ่นนำไปโจมตีระบบกฎหมายของประเทศว่าหย่อนยาน และเรียกร้องให้ลดจำนวนชาวต่างชาติในประเทศให้เหลือใกล้เคียงศูนย์

    4. ผลกระทบย้อนศรต่อเศรษฐกิจและสังคมญี่ปุ่น

    ศ. มาโคโตะ วาตานาเบะ (Makoto Watanabe) จากมหาวิทยาลัยฮอกไกโด บุนเคียว ชี้ให้เห็นว่า ปรากฏการณ์นี้สวนทางกับความจริงอันน่าเศร้าของประเทศ:

    -ญี่ปุ่นกำลังขาดแคลนแรงงานขั้นวิกฤต: สังคมผู้สูงอายุและประชากรที่ลดลงอย่างต่อเนื่องทำให้ญี่ปุ่นจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติ

    -ปัจจัยเงินเยนอ่อนค่า: ค่าเงินเยนที่อ่อนลงเมื่อเทียบกับภูมิภาค (เช่น เวียดนามที่มีโอกาสงานเพิ่มขึ้น) ทำให้ญี่ปุ่นลดความน่าดึงดูดในสายตาแรงงานต่างชาติอยู่แล้ว

    -ผลกระทบระยะยาว: การตราหน้าชาวต่างชาติทุกคนว่าเป็นอาชญากรจะยิ่งผลักไสให้แรงงานฝีมือตัดสินใจไปทำงานที่ประเทศอื่นแทน ซึ่งจะ ส่งผลเสียและทำลายเศรษฐกิจญี่ปุ่นในระยะยาว

    5. ดุลยภาพที่ยังหาไม่พบ

    แม้ผู้พำนักชาวต่างชาติในญี่ปุ่นจะยอมรับว่าอาชญากรรมที่เกิดขึ้นโดยชาวต่างชาติต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมาย แต่สังคมจำเป็นต้องมองปัญหาตามความเป็นจริง ไม่ใช่ใช้ความผิดของคนบางกลุ่มมาตัดสินชาวต่างชาติทั้งหมด

    ปรากฏการณ์ขวาจัดและกระแสเกลียดชังคนต่างชาติในญี่ปุ่นเวลานี้ มีทิศทางสอดคล้องกับแนวโน้มการเมืองระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นในสหรัฐฯ ยุโรป หรือการเติบโตของพรรค AfD ในเยอรมนี ซึ่งหากญี่ปุ่นยังไม่สามารถหยุดยั้งวงจรข่าวปลอมนี้ได้ แรงสั่นสะเทือนจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโลกออนไลน์ แต่จะกระทบถึงโครงสร้างเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศในอนาคต

    #ChinaFocus #กระแสเกลียดชังคนต่างชาติ #ญี่ปุ่น #ฝ่ายขวาจัด

    Cr. ภาพจาก Reuters
    https://www.facebook.com/share/p/1DFVm5zyip/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Barr มองว่าอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยอีก

    Michael Barr หนึ่งในผู้ว่าการ Fed ระบุว่า Fed อาจจำเป็นต้องปรับนโยบายการเงินเพิ่มเติม โดยเตือนว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงในตลาดแรงงานลดลง

    Barr คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัวเร็วขึ้นจากอัตราการเติบโตประมาณ 2% ในช่วงครึ่งแรกของปี และมองว่าการลงทุนด้าน AI จะเป็นอีกแรงหนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจในปีหน้า

    Barr ยังระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีเส้นทางที่ชัดเจนที่จะทำให้เงินเฟ้อกลับลงไปสู่ระดับ 2% พร้อมเตือนว่าการพัฒนา AI อาจทำให้ตลาดแรงงานเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในระยะสั้น
    https://www.facebook.com/share/1CF2FmAtfX/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚔️ ทำไมปูตินเพิ่มกำลังทหารรัสเซียอีก 1.55 หมื่นนาย?

    ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ลงนามเพิ่มกำลังพลประจำการของกองทัพรัสเซียอีก 15,500 นาย ทำให้กำลังพลทหารตามกรอบอัตราเพิ่มเป็น 1,550,500 นาย และเป็นการขยายกองทัพครั้งที่ 4 ในปีนี้

    เครมลินไม่ได้ระบุเหตุผลโดยตรง แต่การเพิ่มกำลังเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อ การสูญเสียกำลังพลสูง และความคืบหน้าทางพื้นที่ที่ชะลอตัว นักวิเคราะห์บางรายมองว่าเป็นการเตรียมกำลังสำหรับสงครามระยะยาว ขณะที่อีกมุมมองระบุว่าเป็นการปรับโครงสร้างกำลังพลเชิงเทคนิคมากกว่าการเปลี่ยนแปลงทางยุทธศาสตร์ทันที

    วันที่ 29 กันยายน 2569
    #ทันข่าวรอบโลก #รัสเซีย #ปูติน #ยูเครน #สงครามรัสเซียยูเครน #ข่าวต่างประเทศ

    https://www.facebook.com/share/p/18Q3VbanGh/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา! รับมือมวลน้ำเหนือ ‘กรมชลประทาน’ ออกหนังสือเตือนฉบับที่ 6 จ่อเพิ่มระบายน้ำ ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ 2,000–2,200 ลบ.ม.ต่อวินาที หลังคาดน้ำเหนือพุ่ง 3,600–3,700 ลบ.ม.ต่อวินาที

    ค่ำวันที่ 29 กันยายน 2569 นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 6 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร

    เพื่อให้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากสะสมในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง

    กรมชลประทานรายงานข้อมูล ณ เวลา 20.00 น. ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ที่ 2,173 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจากการคาดการณ์ในอีก 1-5 วันข้างหน้า โดยเฉพาะในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ปริมาณน้ำเหนือที่สถานี C.2 จะเพิ่มสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับน้ำจากลำน้ำสาขาอีกราว 700–750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้มีมวลน้ำไหลลงสู่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาสูงถึง 3,600–3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยกรมชลประทานจะผันน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งรวม 550–580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

    จากสถานการณ์ดังกล่าว กรมชลประทานมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ ผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ขึ้นไปอยู่ในอัตราระหว่าง 2,000–2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.20–0.30 เมตร โดยจะกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่

    อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท,

    อำเภออินทร์บุรี พรหมบุรี เมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี,

    อำเภอไชโย เมืองอ่างทอง ป่าโมก วิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ,

    อำเภอผักไห่ เสนา บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    ทั้งนี้ กรมชลประทานยืนยันว่าการระบายน้ำดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำ

    https://www.facebook.com/share/p/1C3UZ5reRG/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,392
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ADB ปรับลดการเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชาปี 69 เหลือ 3.9% ผลจากท่องเที่ยวซบเซา
    .
    .
    MGR Online - ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชาในปี 2569 ลงเหลือ 3.9% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 4.1% ในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้องต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
    .
    ADB คาดการณ์ว่าการเติบโตจะปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับ 4.7% ในปี 2570 โดยได้รับแรงหนุนจากภาคการผลิต การกระจายความหลากหลายของสินค้าส่งออก และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ยังคงมีเข้ามาต่อเนื่อง
    .
    “เศรษฐกิจของกัมพูชายังคงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ การส่งออกสินค้าภาคการผลิตที่แข็งแกร่งและกระแสเงินลงทุนที่ไหลเข้ามาอย่างคึกคักช่วยชดเชยความท้าทายในภาคการท่องเที่ยวได้ ทั้งนี้ ความพยายามอย่างต่อเนื่องในการกระจายโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การสนับสนุนครัวเรือนที่เปราะบาง และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาการเติบโตที่ครอบคลุม” ผู้อำนวยการ ADB ประจำกัมพูชา กล่าว
    .
    นอกจากนี้ ADB ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ โดยอ้างถึงราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นและต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นจาก 2.6% เมื่อเทียบปีต่อปีในเดือนกุมภาพันธ์ เป็น 7.2% ในเดือนพฤษภาคม ก่อนจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 5.5% ในเดือนกรกฎาคม
    .
    ปัจจุบัน ธนาคารได้คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยจะอยู่ที่ 4.7% ในปี 2569 ก่อนจะลดลงเหลือ 2.8% ในปี 2570 โดยคาดว่ามาตรการบรรเทาภาระภาษีน้ำมันและค่าเงินเรียลที่มีเสถียรภาพจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาลงได้
    .
    นอกจากนี้ คาดว่าการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจะขยายตัวขึ้นในปี 2569 เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้นและรายได้จากการท่องเที่ยวที่ลดลง แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ยังคงแข็งแกร่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนทุนสำรองระหว่างประเทศไว้ได้
    .
    สำหรับภาคอุตสาหกรรม ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยการส่งออกสินค้าภาคการผลิตที่ไม่ใช่สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มขยายตัว 38.4% เมื่อเทียบปีต่อปีในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
    .
    รายงานระบุว่าการเติบโตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการกระจายความหลากหลายไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ที่รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ยางรถยนต์ และผลิตภัณฑ์จากไม้ การส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่มขยายตัว 6.3% ที่มูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กิจกรรมด้านการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ยังคงซบเซา
    .
    ในส่วนของภาคบริการ คาดว่าจะมีการชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากกิจกรรมการท่องเที่ยวยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง
    .
    ข้อมูลจากธนาคาร ADB ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ลดลง 47.9% เมื่อเทียบปีต่อปี เหลือเพียง 1.8 ล้านคน คิดเป็นเพียงกว่าครึ่งหนึ่งของระดับก่อนเกิดการระบาดของโควิด
    .
    ธนาคารยังระบุว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ และการปิดด่านพรมแดนทางบกระหว่างกัมพูชาและไทย ได้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว รวมถึงภาคการขนส่ง ธุรกิจให้บริการที่พัก และการค้า
    .
    ภาคเกษตรกรรมคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง โดยได้แรงหนุนจากความต้องการส่งออกสินค้าเกษตรเช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มันสำปะหลัง และข้าวสาร
    .
    อย่างไรก็ตาม ADB ระบุว่าแนวโน้มเศรษฐกิจของกัมพูชายังคงมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวต่ำลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศจากปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงปลายปี 2569 และต้นปี 2570.

    https://www.facebook.com/share/p/1D94QnNaB9/
     

แชร์หน้านี้

Loading...